กระทู้นี้ Review เกมทุก Platform

กระทู้จากหมวด 'Other Games' โดย aurora, 11 ธันวาคม 2008.

  1. Deus Till Endless Time

    EXP: 210 ถูกใจที่ได้รับ: 2 คะแนน Trophy: 18
    Dante เท่กว่า ไรโดเยอะสินะครับนี่ อ๊าก Persona3 EXP มันจะน้อยไปถึงไหนเนี่ขึ้นมาจะ10 ชั้นยังอยู่ที่10-30 อยู่เลยT^T
  2. Lowe New Member

    EXP: 134 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 0
    ช่วย Review เกม ของ NDS หน่อยสิครับ
    กำลังหาเกมเล่นอยู่ พอดีที่ใส่ไว้กำลังจะเต็มแล้ว
    อยากได้ RPG สนุกๆ ยาวๆ แต่ Final Fantasy ของ NDS เคลียร์หมดแล้วนะครับ
  3. Ryuto 終わる道、始まる夢

    EXP: 961 ถูกใจที่ได้รับ: 15 คะแนน Trophy: 88
    เงียบเชียวกระทู้ เพราะคนตั้งกระทู้ไปเล่น dota ป่ะครับ- -

    55555+

    ว่าจะ review Patapon แต่ไม่รู้จะอธิบายยังไงT-T
  4. aurora คาตะโอโม่ย

    EXP: 1,640 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    ู^
    ^

    มีเกมที่อยากจะรีวิวอื้อ แต่ติดตรงยังเล่นไม่จบ - -* คนตั้งเสพย์ดราม่าเพลินไปหน่อย
    แต่ NDS นี่สงสัยต้องยูนะซังอย่างเดียวแล้ว
  5. aurora คาตะโอโม่ย

    EXP: 1,640 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    รีวิวเกมเก่าอีกแล้ว สำหรับคนไม่เคยเล่น ใครเคยเล่นแล้วก็ผ่านไปได้เลย (อารมณ์อยากเขียน)

    [IMG]

    ชื่อเกม : Shadow of the Colossus
    แนว : Action-Adventure
    ระบบ : Play Station 2

    อีกหนึ่งเกมคุณภาพระดับตำนานของเครื่อง PS2 จากทีมสร้างเดียวกับ ICO ที่เคยสร้างความประทับใจให้เหล่าเกมเมอร์เมื่อนานมาแล้ว ซึ่งตัวเกม Shadow of the Colossus เองก็ยังมีเนื้อหาที่เชื่อมต่อกับ ICO

    เฉกเช่นเดียวกับ ICO เกมนี้มีวิธีการเล่าเรื่องแบบแปลกใหม่ที่เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ตลอดทั้งเกมมีบทสนทนาเพียงน้อยนิด ทำให้มีหน้าว่างให้ผู้เล่นได้จินตนาการเรื่องราวต่างๆเอาเอง หลายคนยกย่องให้เกมนี้เป็นสุดยอดเกมบนเครื่อง PS2 ซึ่งจะจริงรึไม่ก็ขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน และขอให้พิสูจน์ด้วยตัวคุณเองจะดีที่สุด

    [youtubews]1Y1_lQ-go2o[/youtubews]

    เนื้อเรื่อง : 9/10

    ณ สถานที่แห่งหนึ่งอันเงียบสงบ ที่ซึ่งดูราวกับถูกตัดขาดจากโลกภาพนอกอย่างสิ้นเชิง มีชายหนุ่มผู้หนึ่งกับ "อะโกร" ม้าคู่ใจกำลังมุ่งเดินทางสู่ที่แห่งนั้น ที่ซึ่งเป็นดินแดนต้องห้ามอันเป็นที่พำนักของเทพองค์หนึ่ง นามว่า "ดอร์มิน" ซึ่งกล่าวกันว่า เป็นเทพที่สามารถประทานสิ่งที่ต้องการได้ทุกอย่าง...แม้กระทั่งชีวิต

    [IMG]

    ชายหนุ่มได้นำร่างไร้วิญญาณของ "โมโน" คนรัก ไปที่แห่งนั้นเพื่อขอพรจากเทพดอร์มินให้ช่วยฟื้นคืนชีวิตของเธอกลับมาอีกครั้ง โดยที่ตนนั้นยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับชีวิตของโมโน หากแต่สิ่งที่เรียกว่าชีวิตนั้นมีค่ามหาศาลยิ่งนัก แม้แต่เทพเจ้าก็อาจไม่สามารถเรียกคืนได้ อย่างไรก็ตามดอร์มินได้มอบหมายให้ชายหนุ่มไปปราบอสูรกายยักษ์ทั้ง 16 ตนในดินแดนแห่งนั้น เป็นการแลกเปลี่ยนกับชีวิตของคนรัก ชายหนุ่มผู้มีเพียงดาบหนึ่งเล่ม ธนูหนึ่งคัน และม้าคู่กายอีกหนึ่งตัว จึงต้องเดินทางไปทั่วดินแดนอันเวิ้งว้างว่างเปล่าเงียบสงัดราวกับเวลาถูกหยุดนิ่ง เพื่อต่อสู้กับอสูรกายยักษ์อันน่าสะพรึงกลัวทั้ง 16 ตน ทั้งหมดนี้เพียงเพื่อจะฟื้นคืนชีวิตของหญิงสาวที่เขารักให้กลับคืนมา... แต่การขอฟื้นคืนชีวิตใหม่อีกครั้ง อาจมีค่าตอบแทนมากกว่าที่ชายหนุ่มคิดไว้มาก...

    [IMG]

    [IMG]

    อย่างที่ได้กล่าวไว้ตั้งแต่ต้นแล้วว่า เกมๆนี้เน้นการเล่าเรื่องด้วยภาพ ตลอดทั้งเกมมีบทสนทนาเพียงไม่กี่ประโยคเท่านั้น ผู้เล่นต้องจินตนาการเรื่องราวต่างๆเอาเอง ทำให้เนื้อเรื่องของ Shadow of the Colossus ของแต่ละคน อาจมีรายละเอียดแตกต่างกันออกไป ซึ่งนั่นก็เป็นเสน่ห์อย่างหนึงที่น่าหลงไหลของเกมนี้ทีเดียว

    แม้เนื้อเรื่องของเกมจะมีเนื้อหาไม่มาก ดูโล่งๆไร้ที่มาที่ไป แต่นั่นก็เป็นหน้าว่างให้ผู้เล่นเติมแต่งกันเอาเอง เนื้อหาของเกมก็โรแมนติคคลาสสิคมากๆ ชายหนุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อฟื้นคืนชีวิตให้หยิงสาวที่ตนรัก ดูเผินๆเนื้อหาทำนองนี้อาจมีเยอะดาดเดื่อน แต่ Shadow of the Colossus ได้ทำให้มันแตกต่างออกไปจากทุกๆเรื่องที่เคยมีมา บทสรุปสุดท้ายของเนื้อเรื่องเป็นอะไรที่หักมุมและ "สะเทือนใจ" ผู้เล่นเป็นอย่างมาก ไม่น่าเชื่อว่าเกมที่มีเนื้อเรื่องสั้นแสนสั้น เนื้อหาเพียงน้อยนิด จะทำให้ผู้เล่นรู้สึกจับใจได้ถึงเพียงนั้น คนที่เสียน้ำตาให้เกมนี้ก็มีไม่น้อย (แน่นอนว่า ตัวคนเขียนรีวิวเกมนี้เองก้ด้วย)

    กราฟฟิค : 10/10

    คงไม่เวอร์จนเกินไปถ้าจะให้กราฟฟิคของเกมนี้ 10/10 และนี่คือที่สุดแล้วที่ PS2 จะสามารถทำภาพแบบนี้ได้ ด้วยฉากที่กว้างมากๆๆๆ สถานที่ต่างๆทุกหนทุกแห่ง เราสามารถปีนป่ายไปได้อย่างอิสระ ไม่มีโหลดคั่น ไม่มีตัดฉาก คุณสามารถเดินทางไปในดินแดนแห่งนี้ได้ทุกหนทุกแห่ง ตั้งแต่หุบเหวลึกจนถึงสวนลับสูงเสียดฟ้า ทุกอย่างล้วนเป็นเรียลไทม์เรนเดอร์ที่จับต้องได้ ปรับหมุนมุมกล้องได้อิสระ ฉากวิวและสถานที่ต่างๆก็สวยงามมากๆ หลายครั้งที่คนเล่นไม่ได้เดินทางไปหาปราบยักษ์ แต่เดินทางไปดื่มด่ำกับธรรมชาติและสถานที่ที่สวยงามที่มีในเกม กราฟฟิคของยักษ์ก็ทำออกมาได้สุดยอด ยักษ์สมชื่อ ใหญ่โตมโหราฬดูน่าสะพรึงกลัว (ตอนเล่นครั้งแรก คนเขียนรู้สึกกลัวยักษ์จนไม่กล้าวิ่งเข้าไปใกล้เลยทีเดียว)

    [IMG]
    แวะดูสถาปัตยกรรมโบราณกันหน่อยเป็นไร ในเกมมีสถานที่สิ่งปลูกสร้างสวยงามอีกเพียบ ลองค้นหาด้วยตัวคุณเอง

    [IMG]
    ลองวิ่งเล่นไปทั่วๆ จะพบธรรมชาติที่งดงามมากมาย

    [IMG]
    ฉากที่เห็นโล่งกว้างนี้ เราสามารถวิ่งไปไหนมาไหนได้อย่างอิสระ ไม่มีโหลด ไม่มีตัดฉากใดๆทั้งสิ้น

    [IMG]

    [IMG]
    ยักษ์แต่ละตัวมันมีความใหญ่โตมโหราฬขนาดไหน ดูด้วยตาตัวเองเถอะ นี่แค่เซิฟๆ !!

    ระบบ : 8/10

    ระบบพื้นฐานของเกมนี้ง่ายๆครับ ไม่ซับซ้อน ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีก็สามารถเข้าใจได้ทั้งหมด เพียงแค่ "จงชูดาบของเจ้าขึ้น ณ ที่ที่มีแสงสว่างส่องถึง จุดที่แสงรวมกันเป็นหนึ่งนั่นแหละคือที่สถิตของยักษ์"

    ตัวเอกเกมนี้ไม่ได้มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์มนาเหมือนเกมอื่นๆ จะมีก็เพียงดาบหนึ่งเล่ม ธนูหนึ่งคัน และม้าหนึ่งตัวในการผจญภัยไปในที่ต่างๆเพื่อตามหายักษ์ ยักษ์จะมีจุดอ่อนและวิธีปราบที่แตกต่างกันออกไป มีทั้งแบบที่เดินดินธรรมดาๆ ยิงแสงได้ บินได้ ดำน้ำดำดินได้ ซึ่งเราต้องคิดหาวิธีปราบกันเอาเองจากคำใบ้เล็กๆจากดอร์มิน แต่ที่เหมือนๆกันทุกตัวคือ เราต้องปีน ปีน และปีนขึ้นไปตามตัวยักษ์เพื่อค้นหาจุดอ่อนของมัน แล้วใช้ดาบแทงมันซะ !! (แน่ล่ะว่า มันต้องมีพลาดท่าตกมาที่พื้นดังแอ๊ก แล้วโดนยักษ์เหยียบซ้ำ = =) ธนูมีไว้เพียงล่อให้ยักษ์เข้ามาหา เพราะดาเมจมันน้อยนิด เหมือนเอาไม้จิ้มฟันไปจิ้มยักษ์ก็ไม่ปาน

    [IMG]

    [IMG]
    เกาะเข้าไป เกาะเข้าไป ชื่อภาษาไทยเกมนี้คือ "เกาะยักษ์เพราะรักเมีย"

    ในการปีนป่ายจะมีเกจความเหนื่อยซึ่งถ้าหมดเราก็จะหมดแรงร่วงลงสู่พื้น ซึ่งไอ้เกจนี้จะเพิ่มขึ้นได้เองหลังจากปราบยักษ์ไปเรื่อยๆ หรืออีกวิธีคือการล่าจิ้งจก ซึ่งจะอยู่ตามจุดเซฟในทุกหนทุกแห่งบน อ่านไม่ผิดหรอก ล่าจิ้งจก ในเกมนี้นอกจากจะมีให้เราสู้ยักษ์และเดินเล่นเตร็ดเตร่ไปตามที่ต่างๆแล้ว เรายังสามารถตามหาล่าจิ้งจก สอยผลไม้กินเพิ่มเกจเลือด จับนก จับปลา และอื่นๆอีกมากมายให้เราทำ ซึ่งล้วนต้องอาศัยการสังเกต ใครว่างมากก็ลองเก็บสะสมเกจความเหนื่อยให้ได้เยอะๆ แล้วลองปืนขึ้นสู่สวนลับซีเคร็ตการ์เด้นดูก็ได้

    เสียงประกอบ : 9/10

    สุดยอดจริงๆอีกนั่นแหละครับ โดยเฉพาะเพลงเปิดเกมที่ฟังแล้วรู้สึกหดหู่ เงียบเหงาเข้ากับบรรยากาศเกมมากๆ ในยามปกติจะเงียบไม่มีดนตรีประกอบ แต่เมื่อเจอยักษ์เมื่อไหร่ เพลงตอนสู้กับยักษ์จะทำให้เรารู้สึกกดดัน ตื่นเต้น ในเกมมีเพลงประกอบไม่มากนัก แต่ก็ขอยกนิ้วให้เลยครับ เพราะทุกเพลงล้วนเข้ากับบรรยากาศและเหตุการณ์ในตอนนั้นเป็นอย่างดี โดยเฉพาะตอนจบนี่เรียกน้ำตาได้เลยครับ

    นอกจากเพลงประกอบแล้ว เสียงพากย์ที่ใช้ในเกมนี้ คือภาษาประดิษฐ์ที่ไม่มีในโลกแห่งความจริง ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเล่นเวอร์ชั่น Jap หรือ Eng ก็ไม่แตกต่างกันครับ

    สรุปโดยรวมแล้ว เกมนี้คือสุดยอดเกมบน PS2 ในความรู้สึกของผมแล้วแหละ ผมไม่ค่อยเล่นเกมแนวอื่นนอกจาก RPG แต่พอได้เล่นเกมๆนี้ก็หลงรักขึ้นมาทันที ด้วยกราฟฟิค ฉากที่กว้างใหญ่ ธรรมชาติงดงาม ดนตรีประกอบ บรรยากาศวังเวงเงียบเหงา ความเป็นอิสระที่จะไปไหนมาไหนก็ได้ ทำอะไรก็ได้ เมื่อทุกอย่างรวมกันทำให้ผู้เล่นรู้สึกราวกับว่าไปอยู่ในโลกนั้นจริงๆ ฉากจบของเกมที่สะเทือนใจมากๆ เหนือสิ่งอื่นใดคือ ความลึกลับของเนื้อเรื่องที่ยังคงน่าค้นหา เพราะการเล่าเรื่องด้วยภาพโดยไม่บอกอะไรคนเล่นเลย ทำให้ต้องจินตนาการไปต่างๆนาๆ เนื้อเรื่องของเกมยังคงเต็มไปด้วยปริศนา แม้แต่ทางผู้ผลิตเกมก็ไม่เคยกล่าวถึงรายละเอียดของเนื้อเรื่องเลย ปล่อยให้จินตนาการกันเอาเอง และที่สำคัญคือเกมนี้มีเนื้อหาเชื่อมต่อกับ ICO มันคือปฐมบทของ ICO ใครที่เคยเล่น ICO ไม่ควรพลาดเกมนี้เด็ดขาด ในทางกลับกัน ใครที่เล่นเกมนี้จบแล้วแต่ไม่เคยเล่น ICO ก็ควรไปหามาเล่นซะ ห้ามพลาดเด็ดขาด

    สุดท้าย อยากบอกว่า โมโน นางเอกของเกม น่ารักที่สุดในตำนานแล้วครับ ไม่รู้เพราะอะไร ทั้งๆที่ตลอดทั้งเกมเธอนอนอย่างเดียว ไม่ได้ทำอะไร ไม่ได้พูดอะไรซักประโยค แต่กลับทำให้คนเล่นหลายคนหลงไหลหัวปักหัวปำได้ หลังจากสู้ชนะยักษ์มาแต่ละครั้ง ผมต้องมาดูหน้าโมโนทุกครั้งก่อนออกไปสู้ครั้งต่อไป เพื่อเป็นกำลังใจก่อนไปสู้กับยักษ์ตัวต่อไป ขอสารภาพว่า ถ้าไม่มีโมโนผมคงเล่นเกมนี้ไม่จบแน่ๆ :aiii:

    [IMG]

    "โมโน แปลว่า หนึ่ง คือหนึ่งในใจผมตลอดกาล"
  6. Niking Member

    EXP: 322 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 16
    ใครที่เล่น demon's soul มาช่วยรีวิวหน่อยครับ กำลังจะตัดสินใจซื้อ ; ;
  7. Hellblueboy New Member

    EXP: 574 ถูกใจที่ได้รับ: 1 คะแนน Trophy: 0
    ^
    ^
    ^
    ผมลองแล้ว
    ขอคำเดียวสั้นๆ....

    ยากอิ๊บอ๋าย....... ดันเจี้ยนแรกใช้เวลาอาทิตย์นึงถึงจะผ่าน ใครที่เบื่อว่า เกมส์สมัยนี้ง่ายเกินไป นี่คือยาแก้เบื่ออย่างแรง!!!
    แต่ไม่อยากเขียนรีวิว เพราะเล่นไม่จบ
  8. ladykaren อัลปาก้าที่อยู่ในฟูก

    EXP: 906 ถูกใจที่ได้รับ: 4 คะแนน Trophy: 88
    นอกเรื่องเล็กน้อย แผ่นของคาเรนที่เป็น SMT:Lucifer's Call
    เห็นแต่ดันเต้ตามล่าเรานะคะ ไม่พบไรโดเลย= =
  9. pentita Aqouze

    EXP: 642 ถูกใจที่ได้รับ: 15 คะแนน Trophy: 38
    ชื่อเกม Atelier Iris : The Azoth of Destiny(Project A7)
    [IMG]

    แนวเกม : RPG/Crafting
    Platform : PS2
    Graphic : 2D
    ค่าย : Gust

    เป็นเกมส์ที่ 7 ของ series Atelier และเกมส์ที่สองของไตรภาค Atelier Iris
    ภาคนี้ขึ้นชื่อว่า เนื้อเรื่องยอดเยี่ยมที่สุด ง่ายที่สุด และสั้นที่สุดจากทั้งสามภาคของ Atelier Iris

    เนื้อเรื่องจะเป็นช่วงเวลาก่อนภาค Eternal Mana 400 ปี
    ช่วงนี้พาเมล่ายังมีชีวิตอยู่ และเป็นแค่ภาคเดียวจากทุกภาคที่ได้เห็นพาเมล่าเวอร์ชั่นคน !!! (ยังไม่ตาย) ปริศนาตัวจริงของพาเมล่าจากภาคก่อนว่าเป็นใคร ก็เผยกันในภาคนี้แล้ว ^0^...

    Combat System : Card / Turn-based
    ระบบสู้จะใช้รูปหน้าคนแสดงแทนหน่วยของเวลา เวลาที่หน้าใคร วิ่งมาถึงขอบขวาสุด ก็จะเป็นเทิร์นของคนๆ นั้น
    ระบบ mp ก็ไม่มีแต่จะทำเป็น guage แทน ให้เก็บสะสมเกจ ซึ่งเต็มที่ 3 แต่ละสกิลก็จะกินเกจไม่เท่ากัน
    คำสั่งในการโจมตีภาคนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น Charge Attack กับ Break Attack อันแรกจะช่วยเพิ่มเกจสกิลให้แรงขึ้น และมีพลังโจมตีที่แรงกว่า ส่วนอันหลัง จะทำให้การ์ดหน้าของศัตรูถอยกลับไป เรียกว่าทำให้เทิร์นของศัตรูมาช้าลง และระหว่างที่ศัตรูกำลังชาร์จสกิล Break Attack จะทำให้สกิลหลุด
    ตัวละครสามารถเปลี่ยนเข้าออกจากฉากต่อสู้ได้ด้วยคำสั่ง Change (เข้าร่วมฉากสู้ได้มากสุดสามคน)

    [IMG]
    ฉากสู้ ไอ้เกจบนขวาที่เป็นเลขหนึ่ง นั่นคือเกจสกิลครับ

    [IMG]
    พอฟันศัตรูตาย ก็จะได้ element(ธาตุ)ของศัตรุตัวนั้นมาเก็บในหลอด เอาไปสร้างไอเท็มต่อได้ ภาคที่แล้วต้องเป็นพระเอกลงดาบสุดท้าย ถึงจะได้ element มาเก็บ แต่ภาคนี้ ใครฆ่า ก็ได้ element อยู่ดี

    เวลาเดินในดันเจี้ยน จะมีหลอดแสดงผลอยู่จอล่างด้านซ้าย พอเดินนานเข้าเรื่อยๆ เกจในหลอดจะคอยเปลี่ยนสีจากสีเขียว(ปลอดภัยที่สุด มีโอกาสเจอศัตรูน้อยสุด) เป็นเหลือง ส้ม แล้วแดง(มีโอกาสเจอศัตรูสูงทีุ่สุด) หลังฉากต่อสู้ หลอดนี้จะรีเซ็ทกลับไปที่สีเขียวใหม่ทุกครั้ง ซึ่งเกจในหลอดเองก็จะค่อยๆ ลดไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เจอศัตรู และสู้ชนะ(ไม่หนีการต่อสู้) พอเกจในหลอดหายหมด จะเดินไม่เจอศัตรูในบริเวณนั้นอีกเลย :) เอาไว้สำหรับเดินสบายๆ เก็บไอเท็ม

    Other system :
    ภาคนี้น่าเสียดายที่ ไอเท็มข้างทางทุกชิ้น ได้ใ้ช้รูปร่างเดียวกันหมดคือ เจ้าถุงสีส้ม _ _" ทั้งที่ภาคก่อน ใช้เป็นรูปร่างหน้าตาไอเท็มไปเลย ดูดีกว่ากันเห็นๆ
    และระบบที่เจ๋งสุดของภาคนี้คือการ Switch ตัวละครเอกสองคน ซึ่งก็คือสลับเล่นเฟลท์กับวีเซ่ได้ที่จุดเซฟตามใจชอบ โดยที่โลกของเฟลท์กับวีเซ่จะไม่เหมือนกัน และกระเป๋าไอเท็มทั้งคู่จะเป็นใบเดียวกันด้วย ถ้าเล่นฝั่งวีเซ่ จะต้องผสมไอเท็ม ทำสัญญากับมาน่า หรือทำเควส ส่วนเวลาเล่นฝั่งเฟลท์ เฟลท์จะเป็นตัวดำเนินเรื่องหลักที่เราต้องเอาไปต่อสู้

    อีกระบบที่น่าสนใจคือ Weapons Synthesis ที่ดูคล้ายกับระบบของสกิลใน Mana Khemia(project A9) แล้ว แต่ยังเป็นแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น
    เวลาผสมอาวุธชิ้นใหม่ได้ ตัวละครที่สวม ก็ได้รับความสามารถของอาวุธชิ้นนั้นไป ถ้าถอดก็จะหาย นอกจากว่าจะสวมมันแล้วในฉากสู้ก็เก็บแต้มมันไปเรื่อยๆ ถ้าเต็มเมื่อไร่ ก็จะได้สกิลใช้ติดตัว

    ฉากแผนที่ไม่มีให้เดินเล่นเหมือนก่อนแล้ว เป็นแค่การเลือกเมือง และสถานที่ๆ ที่จะเดินไปเท่านั้น

    Story :
    เป็นจุดเด่นของภาคนี้ เพราะมีเนื้อเรื่องที่เข้มข้น ซับซ้อน และปริศนามากมาย แถมยังแฝงด้วยเอกลักษณ์แบบแฟนตาซีใสๆ ของGust ไว้อีก(ความสดใสลดลงจากภาคก่อน แต่มีกลิ่นอายความเป็นGust อยู่) รู้สึกเหมือนกำลังดูอนิเมภาพนิ่งเนื้อเรื่องเยี่ยมเรื่องนึง

    ในเกมส์นี้มีสองโลก โลกที่เฟลท์กับวีเซ่(พระเอกนางเอก)อาศัยอยู่ชื่อว่า Eden เป็นแดนที่ไม่มีการสู้รบ เป็นดินแดนสงบสุขของเหล่ามาน่าอาศัยร่วมอยู่กับมนุษย์ ส่วนอีกโลก เป็นโลกที่พวก Klein (พระเอกของภาคที่แล้ว)อาศัยอยู่ เป็นโลกที่ไม่มีมาน่า ไม่มีนักเล่นแร่แปรธาตุ และไม่สงบ

    วีเซ่นางเอกของเรื่องเป็นคนขยัน มีความมานะสูง พยายามจนได้เป็นนักเล่นแร่แปรธาตุเต็มตัว เธอจะคอยเป็นคนที่ทำสัญญากับมาน่าต่างๆ ให้เราได้ใช้งาน
    ส่วนเฟลท์ที่หลงใหลการฝึกดาบมากกว่าการเรียนการเล่นแปรธาตุ วันหนึ่งก็เจอดาบพูดได้ ซึ่งมีตัวเขาฟังออกอยู่คนเดียว.. จากนั้นจึงได้รับรู้ว่า มีบางสิ่งกำลังทำลาย Eden จากอีกโลกหนึ่ง เฟลท์จึงต้องเดินทางข้ามมิติไปอีกโลก เพื่อหยุดยั้งการพังทลายของ Eden โดยมีวีเซ่ คอยสนับสนุนไอเท็มจากบ้าน เธอค้นพบวิธีที่จะส่งไอเท็มข้ามมิติไปช่วย

    ที่จุดเซฟ เราจะสามารถสลับกันเล่นระหว่างวีเซ่กับเฟลท์ได้ตามใจชอบ เนื้อเรื่องหลักจะโฟกัสที่เฟลท์

    เฟลท์จะเดินทางตะลอนๆ ไปตามที่ต่างๆ หลายเมือง เพื่อหาวิธีช่วยEden แต่ก็โดนลากเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอีกโลก อย่างการร่วมคณะปฏิวัติ และอีกหลายๆ อย่างที่ต้องไปช่วยตามคลี่คลายให้ เรียกว่าต้องกู้โลกสองโลกไปพร้อมๆ กัน ตัวเฟลท์ตอนไปเยือนโลกใหม่แรกๆ ก็ดูเหมือนคุณหนูที่ไม่เคยก้าวขาออกจากบ้าน เพราะ Eden เป็นแดนที่สงบสุขมาก ผิดกับอีกโลก...

    ส่วนเวลาเล่นเป็นวีเซ่อยู่ใน Eden จะไม่มีการต่อสู้ แต่มีร้านไอเท็ม workshop ห้องสมุด NPC ให้รับเควส กับมาน่าให้ทำสัญญา วีเซ่จะติดต่อกับเฟลท์ผ่านจดหมาย เพราะเธอค้นพบ Share ring ซึ่งเป็นไอเท็มเก่าแก่... จุดประสงค์เดิมของไอเท็มนี้ คือการแลกเปลี่ยนข้อมูลการวิจัยระหว่างนักเล่นแร่แปรธาตุ วีเซ่เลยนำมันมาส่งจดหมาย ส่งไอเท็มไปให้เฟลท์ใช้ซะเลย

    วีเซ่จะเป็นคนที่เจอเด็กหญิงปริศนานามว่า ไอริสเดินดุ่มๆ อยู่ใน Eden และเก็บมาดูแล... ไอริสเป็นเด็กอัจฉริยะที่แค่มองวีเซ่เล่นแร่แปรธาตุ ก็ลองทำตามด้วยตัวเองได้.. แต่มีความเหงาอยู่ในจิตใจ.. และดูลึกลับด้วยเหตุผลบางอย่าง....

    คิดว่าคงไม่ถือเป็นการสปอย เพราะมันก็ไม่ได้พูดตรงๆ ในเนื้อเรื่อง แต่คนเล่นดูแล้วรู้กันเองหมดว่าไอริสภาคนี้คือไอริสคนเดียวกับไอริสใน Eternal Mana (ภาคที่แล้ว) ในภาค Eternal Mana ไอริสจะโผล่มาแบบภาพโฮโลแกรมมอบภารกิจให้พวกพระเอก

    Quest :
    ไม่มีเควส ก็ไม่ใช่ series Atelier
    ภาคนี้ไม่มีการจำกัดรับได้ทีละเควสเหมือนภาคเก่าแล้ว
    เควสเกือบทั้งหมดรับได้ใน Eden เวลาที่เล่นเป็นวีเซ่ มีตั้งแต่เรื่องเล็กๆ ไปจนถึงเรื่องที่สำคัญกับการดำเนินเรื่อง
    แต่ภาคนี้ถือว่าเควสน้อยลงเยอะ และเป็นเควสที่ไม่ได้ trigger เหตุการณ์ หรือบทพูดอะไรมากมายเหมือนภาคเก่า ถึงทยอยเปิดเผย background ของ NPC แต่ละคนก็ไ่ม่เข้มข้นเท่า เรียกว่าเน้นเนื้อเรื่องหลักมากกว่า ปมหลังตัวละคร

    Graphic :
    ดูสวยขึ้นจากภาคแรก มูฟวี่เปิดสวยขึ้น ฉากในเกมส์ก็ยังคงสไตล์ Gust ด้วยการเลือกสีที่เข้ากันและดูสว่างสดใส แน่นอนว่าเป็น2D หมด
    [IMG]
    ภาพวีเซ่กับไอริสในโลกEden ที่แสนสงบสุข... ในฉากนี้ วีเซ่กำลังตกใจที่ จู่ๆ ไอริสผสมไอเท็มเองได้ จากการมองวีเซ่ทำงาน

    ภาพการพบกันครั้งแรกของไอริสกับวีเซ่
    http://www.totalvideogames.com/img/uploaded/www.totalvideogames.com_8598_62313.jpg
    ภาพเต๊นท์ จากอีกโลกหนึ่งที่เฟลท์เดินทางไป หนังสือเล่มนั้นในเต๊นก็คือจุดเซฟ และจุดเปลี่ยนตัวละคร เวลาต้องการเล่นเป็นวีเซ่
    http://www.polarworld.net/wordpress/images/game_taod03.jpg

    Difficulty :
    อย่างที่บอกครับว่าเป็นภาคที่เล่นง่ายที่สุด มีความยาวแค่ 25-35 ชั่วโมง แล้วแต่จะเลือกว่าจะทำเควส ผสมไอเท็ม หรือเดินเก็บธาตุเยอะแค่ไหน เควสก็ไม่เยอะเหมือนภาคก่อน ที่มีเยอะจนใช้เวลาทำเควสเกินเนื้อเรื่องหลักไปสองเท่า

    ภาคนี้แค่เดินตามเนื้อเรื่องไปเรื่อยๆ ก็จบได้ง่ายๆ พระเอกเก่ง มีสเตตัสนักดาบมา(แม้มันจะบอกทุกคนในเรื่องก็ตามว่าเป็น Alchemist แต่ผมก็เห็นมันเป็นนักดาบอยู่ดี....) ผิดกับภาคก่อนที่เจ้า Klein ได้สเตตัสนักเวท... ผมชอบความยากของภาคเก่ามากกว่า อาจจะเพราะเกมส์ซีรี่ส์นี้สาวๆ เล่นเยอะ ยากเกินจะเล่นไม่จบเอาง่ายๆ... (ภาคก่อนผมต้องรีโหลดไปสู้กับบอสหลายรอบ -0- เพราะเจ้า Klein สามารถโดนบอสตบตายก่อนถึงเทิร์นแรกของตัวเองได้ ถ้ามันโชคร้ายโดน บอส+ลูกสมุนรุมอัดพร้อมกัน)

    เนื้อเรื่อง 10/10 เหมือนได้ดูการ์ตูนซีรี่ส์เรื่องหนึ่ง สนุกมากมาย ^0^ นิสัยตัวละครสมจริง บทฮาก็ฮาได้ บทเข้มข้นก็สนุก ทำให้รู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องจริงๆ เนื้อเรื่องก็หักมุม มีอะไรที่คาดไม่ถึงหลายอย่าง แต่ยังแฝงความใสๆ สไตล์ Gust อยู่
    กราฟฟิค 8/10 สไตล์ gust เขา คือภาพ 2D ที่มีสีสันสดใส
    ระบบ 6/10 ง่ายเกินไปครับ เรียกว่าขอแค่มีเวลาเล่น แปปๆ ก็จบเกมส์ได้ ความรู้สึกผมคือโดนลดทอนอะไรจากภาคแรกไปเยอะ ทั้งที่บางอย่างควรจะคงไว้ แต่ระบบของเกมส์ตรงแด่ว มีแพทเทิร์นเดียวในการเล่นจนจบเกมส์
    เสียงประกอบ 9/10

    คะแนนรวมได้ 8.25/10 ครับ :)

    ภาพกล่องเวอร์ชั่นeng ครับ
    http://shaunmusco.com/images/Printed/PS2 Covers/Atelier_Iris_2_The_Azoth_Of_Destiny_Dvd_custom-front.jpg

    Comment ส่วนตัว
    ระบบภาคนี้ผมแอบเฉยๆ อะไรที่ใหม่ๆ ก็ดี แต่ควรเอาไปรวมกับไอ้ที่ดีอยู่แล้วจากภาคเก่าสิ =o="
    ส่วนที่ติดสุดคือเนื้อเรื่องเนี่ยแหละ :D ที่ทำให้ต้องเล่นไม่ได้หลับไม่ได้นอนกันไปข้างนึงทีเดียว
    ชอบที่เนื้อเรื่องอิงกับภาคแรกด้วย :p ภาคแรก Eden หายไปนานแล้ว ภาคสองเลยทำย้อนรอย กลายเป็นว่าพวกพระเอกคือชาว Eden ต้องเดินทางไปอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเจ้าโลกที่ว่า ก็คือสถานที่ๆ พวกพระเอกในภาคแรกอาศัยอยู่น่ะแหละ แต่ว่าจะดูโบราณกว่าเยอะ สมกับเป็นโลกเมื่อสี่ร้อยปีก่อนจริงๆ :D
    ใครยังไม่เล่น ก็มาเล่นกันนะ ^0^
    [IMG]

    ตอนแรกตั้งใจจะทำรีวิวให้ครบสามภาคของ Atelier Iris แต่เพราะภาคสามไม่ถูกใจเท่าไร่เลยหมดไฟก่อน
    ผมเองก็ทำทิ้งไว้นานแล้ว เห็นรีวิวโผล่กระโดดแค่ภาคแรกอันเดียว มันก็ดูขัดๆ เลยอยากเอาให้ครบๆ ไป ^^" วันนี้เลยมานั่งทำรีวิวฉบับนี้
    แต่ภาคสามผมอาจจะไม่ทำรีวิว หรือคงอีกนานกว่าจะทำก็ได้ เพราะเป็นภาคที่เล่นแล้วหลับจริงๆ... (_ _")... ช่วงต้นๆ เกมส์ไม่เท่าไร่
    แต่พอเล่นไปได้ใกล้ๆ จะจบเกมส์ มันจะน่าเบื่อมาก เพราะวิ่งเข้าวิ่งออกดันเจี้ยนเดิม ตัวละครเดิมๆ สามคน
  10. yunasung Well-Done Member(เฮ่ย)

    EXP: 1,245 ถูกใจที่ได้รับ: 4 คะแนน Trophy: 88
    Atelier Iris นี่ ภาค 3 Grand Phantasm ไม่ไหวจะเคลียร์จริงๆ ในเรื่องรีวิว

    ผมเล่นจบไป 2 รอบ ทั้ง Bad ทั้ง Normal (ไม่มี Good Ending ด้วยสิภาคนี้) ก็ยังหาความประทับใจไม่เจออยู่ดีแฮะ เหอๆ :hlonely:
  11. Ryuune Well-Known Member

    EXP: 1,084 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    [IMG]
    ชื่อเกม Super Robot Wars OG Saga - Masou Kishin The Lord of Elemental
    แนวเกม : Turn-base strategy
    Platform : Nintendo-DS
    Graphic : 3D
    ค่าย : Bandai namco / Banpresto / Winky soft
    [IMG]

    หลังจากทิ่ทิ้งให้แฟน ๆ สาวกเหล็กไหลและหุ่นเทพเจ้ารอคอยกันมานานแสนนาน ในที่สุดแว่นตาก็ใจดียอมทำตามกระแสเรียกร้อง รีเมคเกมสงครามหุ่นยนตร์ภาคที่แฟน ๆ ให้ความสนใจกันมากที่สุดภาคหนึ่ง ที่เคยทำลงในระบบ Super-famicom เมื่อนานมาแล้ว และได้กระแสตอบรับอย่างดีมากในสมัยนั้น โดยทำลงในเครื่อง NDS ที่แสนจะประหยัดต้นทุน แต่การกลับมาในครั้งนี้ไม่ได้พอร์ทลงมาเหมือนเดิมทั้งดุ้นแต่อย่างใด เพราะลองให้ค่ายอีกค่ายที่เคยเป็นเพื่อนร่วมทำมาด้วยกันอย่าง Winky soft กลับมาช่วยงานกันอีกหนล่ะก็ ต้องมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มมาเพื่อตอบสนองความต้องการของแฟน ๆ อย่างแน่นอน(แม้ว่าหลายคนจะหวังว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้อีกก็เถอะ)

    [IMG]
    ก่อนอื่นต้องท้าวความถึงหุ่นยนตร์ในดวงใจของบางคน(รวมทั้งตัวคนเขียนด้วยค่ะ) ที่เคยปรากฎตัวในฐานะตัวละครออริจินัลยุคแรก ๆ ของ Banpresto เข้ามาแทรกระหว่างสงครามหุ่นยนตร์ที่จับหลายเรื่องตั้งแต่มาชินก้า เกตเตอร์ กันดั้ม ฯลฯ มาร่วมต่อสู้กันในศึกครั้งใหญ่ หุ่นตัวนั้นก็คือ เทพแห่งวายุ ไซบัสเตอร์ นั่นเอง (ปรากฎตัวครั้งแรกใน SRW-2 อันที่จริงเคยปรากฎตัวมาแล้วใน Hero Senki: Project Olympus ที่เป็น RPG รวมฮีโร่ด้วย) ซึ่งสมัยโน้นเรียกว่าทั้งเท่ทั้งเก่ง แต่นับวันทำใหม่มายิ่งดูกระจอกลงจนแทบสู้ใครเขาไม่ได้ มาครั้งนี้ ทั้งนายมาซากิและผองเพื่อนสายมาโซคิชินทั้งหลายที่ได้แต่เก็บกดเพราะกำลังจะโดนลืม (ยิ่งตอน SRW Z ออก มีตัวนายอาซาคิมกับชูโรวก้าก็ชวนให้คิดว่ามาซากิโดนโล๊ะทิ้งแล้วซะอีกด้วยซ้ำ) ในที่สุดก็มีโอกาสได้กลับมาผงาดอีกครั้งพร้อมความแข็งแกร่งไม่แพ้ซูเปอร์โรบอทตัวอื่นใด (สังเกต พวกนี้ไม่อยู่ในดินแดนลากิอัสแล้วไม่เก่งสินะ)

    ท้าวความมาซะยาวเหยียด มาว่าถึงตัวเกมกันดีกว่าค่ะ เนื่องจากของเดิมสมัย SFC ก็ถือว่าสุดยอดแล้วในตอนนั้น เรียกว่าพื้นฐานเดิมดีอยู่แล้ว พอทำใหม่อีกครั้งโดยอาศัยเนื้อเรื่องและระบบเหมือนเดิมแทบทุกอย่าง แต่พัฒนาที่คุณภาพของกราฟฟิคและเสียงที่พัฒนาขึ้น (แต่ก็ยังไม่มีเสียงพากย์อยู่ดี T-T) แถมยังเพิ่มระบบ CG ที่ทำให้ช่วยเข้าใจเนื้อเรื่องได้ง่ายขึ้นสำหรับคนที่อ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออก (บางเหตุการณ์ คนที่เคยเล่นมาแล้วอาจจะเพิ่งรู้ว่ามีก็คราวนี้แหละ) ซึ่งเรียกว่าหยิบระบบของเรย์เบลดมาใช้นี่เอง

    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]


    Combat System : Turn-based
    ระบบต่อสู้ของเกมนี้ก็แทบจะเหมือน SRW ทุกภาคไม่มีผิดเพี้ยน คือ ผลัดกันใส่คำสั่งให้ยูนิตของตัวเองทำการต่าง ๆ จนครบแล้วผลัดเทิร์น โดยสามารถใส่คำสั่งให้แต่ละตัวเลือกที่จะเดินไปยังจุดที่กำหนด โจมตีด้วยอาวุธที่เลือกซึ่งมีทั้งพลังโจมตี ความแม่นยำ ระยะ รวมถึงจำนวนกระสุนหรือ EN ที่ต้องใช้มากน้อยแตกต่างกันออกไป และยังสามารถใช้พลังพิเศษของตัวละคร( Seishin ) เพื่อช่วยให้เกิดผลต่าง ๆ ในการต่อสู้ได้ และในเทิร์นฝ่ายตรงข้ามเมื่อยูนิตของเราถูกโจมตีก็สามารถเลือกที่จะสวนกลับด้วยอาวุธที่มี ไม่ก็เลือกหลบหลีกหรือป้องกัน นอกจากนี้ยังมีค่ากำลังใจที่มีผลต่อความรุนแรง ป้องกัน และการใช้ท่าไม้ตายบางท่า(ภาคนี้ไม่ได้ใช้ 100 เป็นเลขพื้นฐาน แต่จะเป็น +/- แทน ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างจากปกติเลย) ฟังดูแล้วสาวกเหล็กไหลคงจะรู้จักกันดีอยู่แล้ว แต่เอกลักษณ์ของภาคนี้ที่มีมาแต่เดิมก็ได้แก่ ระบบการหันหน้า (แบบเดียวกับ FFT) ซึ่งหากโจมตีใส่ศัตรูจากด้านข้างหรือด้านหลัง ความรุนแรงและแม่นยำของฝ่ายโจมตีก็จะมากกว่าปกติ ในขณะที่ฝ่ายตั้งรับจะมีความแม่นยำในการโจมตีสวนกลับลดลงเช่นกัน (ในเรย์เบลดก็มีระบบนี้) นอกจากนี้ยังมีระบบ “ธาตุ” และ “คลาส” ของพวกยูนิตซีรีย์มาโซคิ ซึ่งมีผลให้ธาตุที่ชนะทางหรือยูนิตที่คลาสสูงกว่าสามารถโจมตียูนิตที่ต่ำกว่าหรือแพ้ธาตุได้รุนแรงขึ้นมาก และรับความเสียหายจากคลาสที่ต่ำกว่าหรือธาตุที่ตัวเองชนะทางได้น้อยลงอีกด้วย (ไฟชนะลม ลมชนะดิน ดินชนะน้ำ น้ำชนะไฟ แต่ยูนิตบางตัวก็ไม่มีธาตุ ส่วนเรื่องคลาสนั้น จริง ๆ คิดง่าย ๆ แค่ว่า พวกมาโซคิชินทั้ง 4 ตัวอยู่สูงกว่าหุ่นตัวอื่นก็พอแล้วค่ะ) แถมสเตตัสของหุ่นยังได้รับโบนัสเพิ่มเติมจากเลเวลและพลังพลาน่าของตัวละคร(แต่เพราะพลาน่าจำเป็นต่อการใช้ท่าบางท่าโดยเฉพาะแมป ใช้มั่ว ๆ อาจซวยได้และฟื้นเทิร์นละนิดเดียวด้วย)ทำให้หุ่นหลายตัวเก่งกว่าที่โผล่ในภาคอื่นมาก แถมคนขับยิ่งเลเวลสูงหุ่นก็ยิ่งเก่ง นอกจากนี้แฟน ๆ รุ่นเก่าก็คงจะคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วคงไม่ต้องสาธยายมาก (แต่ยอมรับว่าจนป่านนี้ยังไม่รู้เลยว่า พลังจิตบางตัว(ที่ไม่ได้เห็นในภาคอื่น ๆ )ทำอะไรได้บ้าง ปกติใช้แต่อันที่เห็นบ่อย ๆ เท่านั้นเอง) อ้อลืมบอกไป ภาคนี้หลังจบฉาก หุ่นทุกตัวที่เหลือรอดจะได้รับโบนัส exp พิเศษเพิ่มเติม ทำให้การปั้มเลเวลภาคนี้สามารถทำได้ต่อเนื่องและไม่ยากจนเกินไป (ถ้าไม่ติดที่ว่าหลายครั้งที่หุ่นที่เราอยากจะรีบปั่นหายหน้าไปตามเรื่องซะก่อนนะ)

    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]

    Other system :
    เรื่องฉากสนทนาก่อนเริ่มสู้คงไม่ต้องพูดอะไรมาก แต่ภาคนี้ค่อนข้างมีตัวเลือกให้เลือกเยอะหน่อย ซึ่งหลายครั้งมีผลต่อเส้นทางการดำเนินไปของเกมค่อนข้างมาก (เรียกว่าบางครั้งตอบผิดทีได้น้ำตาตกเลย แต่ภาครีเมคนี้นับว่าดีที่เราสามารถกด start เพื่อเลือกที่จะเซฟก่อนตอบได้) ส่วนสำคัญอีกอย่างก็คือฉาก Intermission หลังผ่านฉาก ซึ่งสามารถให้เราเซฟ และเลือกพัฒนาหุ่นด้วยเงินที่ได้จากการฆ่าศัตรู โดยภาคนี้เราไม่สามารถอัพเกรดค่าหลบหลีกได้(ขึ้นกับฝีมือนักบินล้วน ๆ ) ค่าที่เลือกอัพได้ก็ได้แก่ HP MG[=ENของภาคนี้] เกราะ และอาวุธแบบทีละอย่าง (อาวุธบางชิ้นที่มีลูกศรชี้ไปด้านหลังขีดอัพเกรด หมายถึงเมื่ออัพถึงขั้นสูงสุดจะสามารถอัพเกรดเพิ่มเติมให้กลายเป็นอาวุธใหม่ที่มาแทนที่ได้ ซึ่งแน่นอนว่าต้องดีกว่า (ท่าแมปของมาโซคิชินทุกตัว อัพเกรดเป็นขั้นสองแล้วใช้หลังเดินได้หมดแถมไม่โดนพวกเดียวกัน เรียกว่าภาคนี้ได้ Map กระจายลูกจ๊อกกระจุยเจ้าค่ะ)) และทีเด็ดอีกอย่างก็คือ เมนูอินเตอร์มิชชั่นภาคนี้จะมีรูปงาม ๆ ของเหล่าหุ่นตัวหลัก ๆ ให้ชมกันดังรูป เรียกว่าเอาใจสาวกซีรีย์นี้กันเต็มที่
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-cybuster.jpg
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-grandveil.jpg
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-guddess.jpg
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-zamzeed.jpg
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-valsione-r.jpg
    http://i14.photobucket.com/albums/a316/mageknight/SRW/Lord of Elemental/intermission-granzon.jpg

    Story : เหมือนของเดิมเกือบทุกอย่าง แต่มีเปลี่ยนบ้างนิดหน่อย เพราะชื่อภาคก็บอกว่า OG saga ก็หมายความว่าเนื้อหาเชื่อมต่อกับจักรวาล OG แทนที่จะเป็นไทมไลน์ของเก่า ( SRW2-3-EX ) เรื่องเริ่มต้นจากในโลกใต้พิภพที่ถูกเรียกว่า “ลา กิอัส” ดินแดนแห่งเวทมนตร์และพลังพลาน่า(ทำนองว่าพลังลมปราณ) ซึ่งได้เกิดสงครามที่ต่อสู้กันด้วยอาวุธรูปแบบมนุษย์ที่เรียกว่า “มาโซคิ(จักรกลเวทมนตร์)” และในหมู่มาโซคิทั้ง 14 ตัวนั้น มีอยู่ 4 ตัวที่ถูกเรียกว่า มาโซคิชิน จักรกลเทวะที่เป็นร่างอวตารของเทพเจ้าทั้งสี่ธาตุ ที่ว่ากันว่าใกล้เคียงพระเจ้าที่สุดในหมู่เทพวิญญาณ ทว่าการควบคุมมาโซคินั้นต้องใช้พลังพลาน่าเป็นหลัก ซึ่งพบว่าชาวโลกเบื้องบนกลับมีพลังพลาน่าสูงกว่าชาวลากิอัส ทางแรงค์รันจึงทำการอัญเชิญชาวโลกเบื้องบนจากทุกสารทิศมาเพื่อเป็นนักบินของมาโซคิ มาซากิ อันโด นายหัวเขียวสุดหล่อก็เป็นหนึ่งในนั้น และเขาก็ได้ถูกเลือกโดยเทพวิญญาณแห่งลมไซฟิสให้เป็นผู้ควบคุมจักรกลเทวะที่แข็งแกร่งที่สุด “ไซบัสเตอร์” และแล้วเรื่องราวของเขาก็เริ่มต้นขึ้น

    เนื้อหาแบ่งเป็น 2 ช่วงเช่นเดียวกับของเดิม เพียงแต่เปลี่ยนเนื้อหาช่วง Memorial days ให้กลายเป็นเนื้อเรื่องของ SRW OG เท่านั้นเอง (ช่วงแรก >> OGs >> OG Gaiden >> OG EX(!?) >> ช่วงสอง) รวมถึงทางแยกของเส้นทางต่าง ๆ ที่ส่งผลกันตั้งแต่ช่วงแรกยันช่วงหลังก็ยังคงเหมือนของเก่าทุกประการ (แต่หลายคนอาจผิดหวังที่ไม่ได้เห็นอาซาคิมโผล่มาเจอกับมาซากิ)


    Graphic : เรียกว่าเป็นหัวใจสำคัญของการรีเมคครั้งนี้เลยก็ว่าได้ เพราะฉากต่อสู้ของหุ่นทุกตัวถูกปรับเปลี่ยนใหม่หมด มีทั้งมุมมองและกราฟฟิคที่สมจริงสมจัง การเคลื่อนไหวที่เปี่ยมไปด้วยลวดลายแพรวพราว หรือแม้กระทั่งคัตอินตัวละคร (เสียดายอีกทีที่ไม่มีเสียงพากย์)
    นอกจากนี้ยังมี CG ที่สามารถพบได้ระหว่างเนื้อเรื่อง (และการไปสายแต่ละสายหรือเลือกตอบต่างกันก็ได้ต่างกันด้วย เรียกว่ากว่าจะเก็บครบนี่เล่นกันจนเบื่อเลยค่ะ)
    เอามาให้ชิมลางกันนิด ๆ พอเป็นกระสัย
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]
    [IMG]

    Difficulty : พูดถึงความยาก ภาคนี้ก็นับว่ายากพอตัว แต่ถ้าอัพหุ่นที่เน้น ๆ และใช้เซย์ชินให้เป็นประโยชน์ก็นับว่าไม่ยากจนเกินไปนัก บางครั้งดวงก็เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ แต่ก็สามารถเซฟก่อนเดินหรือโจมตีได้ ฉากที่ใช้เก็บเงินและเลเวลก็มีอยู่ให้เก็บจนหนำใจ แต่ที่คนเขียนรู้สึกว่าเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ระดับเลเวลที่ได้สกิลหรือเซย์ชินบางอย่างเปลี่ยนไปในทางยากขึ้นจนน่าใจหาย เช่น ภาคนี้กว่ามาซากิจะได้เดินสองครั้งก็ปาไปเลเวล 50 โน่น (ของเดิมจำไม่ผิด 40 กว่าก็ได้แล้ว) แถมพลังจิตอัดแรงสองเท่าก็ได้ช้า ยิ่งสกิลโจมตีต่อเนื่อง 2 ครั้งที่ใช้พลิกเกมมานักต่อนัก(และทำให้จุกเมื่อศัตรูสกิลติดบ้าง) จากเวอร์ชั่น sfc ที่เห็นตั้งแต่ช่วงแรกยันช่วงท้ายจนทำให้เบื่อ(และท้อในบางที) มาคราวนี้ช่วงต้น ๆ เรียกว่าแทบไม่มีโอกาสได้เห็นเบิ้ลกันเลย (กลายเป็นสกิลที่เลเวลไม่สูงเกิน 40-50 ขึ้นไปจริง ๆ อย่าหวังจะได้เห็น) พูดง่าย ๆ คือภาคนี้ตายกันยากขึ้นกว่าเดิมหน่อยนึง ส่วนเรื่องความเก่งของหุ่น แม้ว่าพวกตัวหลัก ๆ จะค่อนข้างเอาเปรียบชาวบ้านชาวช่อง แต่พวกตัวล่าง ๆ ก็ใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียว ชอบตัวไหนอยากใช้ก็ปั้นให้เก่งขึ้นมาได้ บางตัวแม้จะสู้ไม่เก่งแต่พลังจิตก็ใช้พึ่งพาได้ดีทีเดียว และเกือบทุกตัวก็มีท่าสุดยอดที่ต้องทำเงื่อนไขถึงจะได้มาแตกต่างกันออกไปด้วย หากใช้ดี ๆ ก็อาจใช้ทีมตัวประกอบไล่ขยี้ข้าศึกอย่างง่ายดายได้เลย (ยกเว้นบอสหลายตัวที่อาจไม่ไหวหากไม่ใช้พวกตัวหลักเข้าสู้)

    เนื้อเรื่อง 7/10 ของเดิมดีอยู่แล้ว แถมประยุกต์ให้กลมกลืนกับ OG ได้ไม่เสียหายอะไร แต่หักคะแนนเพราะหลัก ๆ ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยสักนิด

    กราฟฟิค 8/10 ถือว่าโอเคดีสำหรับเครื่องเล็ก ๆ อย่าง DS แต่กระนั้นก็เถอะ ถ้าทำได้ก็น่าจะทำให้ดีกว่านี้อีกหน่อยแท้ ๆ (โดยเฉพาะท่าสุดยอดของหนูเพรเซีย ยังถือว่าแพ้อัลฟ่าไกเด็นหลายขุมเลยต้องหักค่ะ) ถึงจะมี CG ทดแทน แต่ต่อให้ลด CG ลงหน่อยหรือตัดไปแล้วเอามาเพิ่มให้ฉากต่อสู้บางตัวก็นับว่าดีกว่านะ

    ระบบ 8/10 ได้คะแนนเพราะของเก่าดีอยู่แล้ว เรียกว่าเกมนี้อาศัยบารมีเดิมเกือบล้วน ๆ แต่หัก 2 คะแนนเพราะแทนที่จะเพิ่มระบบยุคใหม่ ๆ เช่น ซัพพอร์ทโจมตี / ทวิน / จัดทีม ฯลฯ ก็ดันไม่ทำทั้งที่ไม่น่าจะยากเกินไปแท้ ๆ

    เสียงประกอบ 7/10 ไม่มีอะไรต้องให้บรรยายมาก เพราะเพลงแต่ละเพลงทำออกมาได้เพราะหูและเหมาะสมกับอิมเมจตัวละครหลัก ๆ อยู่แล้ว ยิ่งเสียงเอฟเฟคประกอบท่าต่าง ๆ ก็ทำได้ดีมาก(สำหรับเครื่องพกพาแบบ DS) แต่เพราะไม่มีเสียงพากย์(นอกเหนือไปจากเอาของเก่าตอนใช้ map มาหากินอีกรอบ) ดังนั้นหักคะแนน (จริง ๆ ก็เข้าใจว่าการฟอร์มทีมนักพากย์ใหม่ให้พวกตัวประกอบมันลำบาก และ DS จะรับไม่ไหว ที่สำคัญการให้มีเสียงแค่ของตัวหลัก ๆ ที่หานักพากย์ได้อยู่นั้นก็ไม่เป็นธรรมต่อตัวอื่น ๆ จากเหตุผลดังกล่าวเลยหักแค่นี้ ไม่งั้นอาจหักเยอะกว่านี้)

    คะแนนรวมได้ 7.5/10 เพราะถ้าจะทำก็น่าจะเพิ่มอะไรอีกสักหน่อย แค่ CG เพียบกับฉากต่อสู้ใหม่ ๆ จะให้เพิ่มคะแนนกับอะไรได้อีกเชียว

    Comment ส่วนตัว ถือว่าพัฒนาขึ้นจากเวอร์ชั่นดั้งเดิมไม่น้อย แต่ผิดหวังไปหน่อยเพราะความจริงควรจะทำได้ดีกว่านี้อีกเยอะ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะใจรักกลุ่มออริจินัลสายนี้เป็นพิเศษล่ะก็จะให้ต่ำกว่าครึ่งด้วยซ้ำไปค่ะ

    เกมเพิ่งออก จะเล่น rom ก็ได้ อุดหนุนแผ่นแท้บ้างก็ดี (แต่ใจจริงคิดว่าถ้าทำออกมาให้ดีกว่านี้หน่อยจะดีมาก)

    แถมท้าย หุ่นสุดที่รักของเราค่ะ
    [media]http://www.youtube.com/watch?v=sAs3YmxU464[/media]

    ดิทเพิ่มเติม ข้อมูลล่าสุด

    credit โดยคุณ [PH]antoM_Wor[TH] แห่ง GG
  12. Hellblueboy New Member

    EXP: 574 ถูกใจที่ได้รับ: 1 คะแนน Trophy: 0
    Tales of Vesperia

    [IMG]

    แนว: RPG
    Platform : PS3,XBOX360

    เกมส์ซีรีย์เทลส์ภาคแรกที่ลงเครื่องคอนโซลระดับเน็กซ์เจน และเป็นเกมส์RPGยุ่นเกมส์แรกๆที่ลงเครื่องเน็กซ์เจน แต่เกมส์นี้ยังคงความสนุกและเอกลักษณ์ของเกมส์ซีรีย์นี้ไว้ได้ โดยส่วนตัวผมปลื้มกับภาคนี้มากๆเลยล่ะ
    [IMG]

    เนื้อเรื่อง
    บนพิภพ Terca Lumireis อารยธรรมนุษย์ได้รุ่งเรืองจากการใช้ศิลา blastia ซึ่งค้นพบในอารยธรรมโบราณ ศิลา blastia นั้นดูดพลังจาก aer ซึ่งมีอยู่ทั่วไปตามธรรมชาติมาเปลี่ยนเป็นพลังงาน ซึ่งมนุษย์นำ blastia มาประยุกต์ใช้หลายอย่าง เช่น ปั๊มน้ำบาดาล เป็นเครื่องยนต์ของเรือ หรือสร้างบาเรียกั้นไม่ให้มอนสเตอร์เข้าเมือง

    วันหนึ่ง blastia ที่ทำหน้าที่ปั๊มน้ำให้แก่ย่านชนช้้นล่างถูกขโมยไป Yuri Lowell พระเอกของเรื่อง อดีตสมาชิกหน่วยอัศวินผู้ลาออกเนื่องจากไม่ชอบกับวิธีที่อัศวินปฏิบัติกับชนชั้นล่างจึงได้รับมอบหมายให้ไปตามหาหัวขโมยและนำ blastia กลับคืนมา ระหว่างไล่ตามคนร้ายเขาได้พบกับ Estelle ชนชั้นสูงที่กำลังพยายามตามหา Flynn เพื่อนของ Yuri ที่เป็นสมาชิกหน่วยอัศวิน ทั้งคู่จึงตกลงที่จะออกเดินทางไปตามหาสิ่งที่ทั้งคู่กำลังตามหาด้วยกัน ทั้งคู่ไม่รู้เลยว่าการออกเดินทางครั้งนี้จะนำไปสู่เรื่องราวอันซับซ้อนของการคอรัปชั่น การสมรู้ร่วมคิด และวิกฤตการณ์ที่จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของทั้งอาณาจักร

    เนื้อเรื่องไม่สลับซ้อนอะไรมาก กลุ่มตัวเอกออกเดินทาง เจอพรรคพวก และไล่สางปมเนื้อเรื่องไปทีละปม เดินทางไปเมืองนั้นเมืองนี้ไปตามเรื่อง เนื้อเรื่องถึงจะออกแนวซ้ำๆกับเกมส์อื่น แต่ด้วยการเล่าเรื่องที่ดี แถมมีการใส่มุขฮาเข้าไปอย่างสม่ำเสมอ เนื้อเรื่องจึงไม่เลวร้ายหรือน่าเบื่อแต่อย่างใด แต่จุดเด่นก็คือตัวละครที่น่าสนใจ ตัวละครแต่ละตัวมีบุคลิคที่น่าสนใจ ไม่มีตัวละครใหนที่น่าเบื่อหรือน่ารำคาญ ทำให้เป็นการง่ายที่คนเล่นจะรู้สึกชอบตัวละครตัวนั้นตัวนี้ อย่างเช่นตัวพระเอก Yuri ต่างจากพระเอกเกมส์ RPG ยุ่นเกมส์อื่นที่ตัวเอกมักเป็นวัยรุ่นเลือดร้อน รักความยุติธรรม หรือไม่ก็เป็นไอ้อีโมจอมเงียบขรึม แต่ตัว Yuri มีบุคลิคแบบคนที่ผ่านโลกมาแล้ว มีประสบการณ์ มองโลกแบบสีเทา ยียวนและชอบประชดประชัน และไม่ลังเลที่จะทำเรื่องผิดศีลธรรมถ้าหากจำเป็น ซึ่งตรงนี้ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศให้กับคนที่เหม็นเบื่อพระเอกอีโมจากเกมส์ RPG เกมส์อื่น

    และตามประสาเกมส์ซีรีย์เทลส์ เกมส์นี้มีเควสเนื้อเรื่องยิบย่อยมากมาย เปิดโอกาสให้เราได้สนุกสนานไปกับเนื้อเรื่องยิบย่อย และทำความเข้าใจบุคลิคตัวละครได้มากขึ้น โโยเฉพาะระบบSKIT ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของซีรีย์เทลส์ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้ฟังการสนทนาของตัวละครในปาร์ตี๊คุยเรื่องสัพเพเหระกัน ซึ่งสามารถกดข้ามได้หากไม่ต้องการดู

    ข้อเสียก็อย่างที่ว่ามาข้างต้น คือเนื้อเรื่องไม่มีอะไรแปลกใหม่ ค่อนข้างจะตามสูตรสำเร็จ และเนื้อเรื่องยิบย่อยนั้น บางคนอาจจะไม่ชอบ

    8.5/10
    [IMG]

    กราฟฟิค
    ภาคนี้เป็นภาคแรกที่ใช้กราฟฟิคแบบCel-Shade ซึ่งทำให้ภาพตัวละครเหมือนตัวละครในอนิเม และด้วยการที่เป็นเกมส์เน็กซ์เจน กราฟฟิคจึงคมชัด ไม่เหลี่ยมมุมให้รำคาญลูกตา ตัวละครทำสีหน้าต่างๆออกมาได้อย่างดี ตกใจโกรธ หน้านิ่วคิ้วขมวดเล่นหูเล่นตาทำได้หมด ตัวเมืองหรือหมู่บ้านก็เป็น 3 มิติสวยงาม แต่ตัวเกมส์fixมุมกล้องไว้ทำให้หมุนเปลี่ยนมุมกล้องในตัวเมืองไม่ได้ ซึ่งตรงนี้เป็นจุดด้อยจุดหนึ่ง จุดให้ติอีกอย่างคือการเคลื่อนไหวของตัวละคร ตัวละครเคลื่อนไหวค่อนข้างแข็งไม่เป็นธรรมชาติ ส่วนในฉากต่อสู้กราฟฟิคดูดีและลื่นไหล แอ๊ฟเฟ็คสวยงามดี
    กราฟฟิคCel-Shade นั้นดูดีในแบบของมัน ให้อารมณ์แบบอนิเม แต่หลายๆคนอาจจะไม่ชอบกราฟฟิคแบบนี้ โดยเฉพาะในยุคนี้ที่คนนิยมกราฟฟิคแบบสมจริงอลังการงานสร้าง ทำให้กราฟฟิคเกมส์อาจจะดูล้าสมัยไปหน่อย

    9/10
    [IMG]

    เสียง
    เพลงประกอบทำได้ตามมาตรฐานของเกมส์ซีรีย์นี้ ไม่มีเพลงใหนแย่ แต่ละเมืองมีเพลงประจำของแต่ละเมืองซึ่งเข้ากับTheme ของเมือง เช่นเมืองของพวกนักรบสมาชิกGuildก็ให้อารมณ์ดุดันปนเถื่อนนิดๆ เพลงเปิด Ring a Bell ก็เพราะดี ส่วนเพลงประกอบในเกมส์ถึงจะไม่มีเพลงใหนแย่ แต่ก็ไม่มีเพลงใหนที่ประทับใจจนลืมไม่ลงเช่นกัน
    ส่วนเสียงพากย์ ที่ผมเล่นเป็นเวอร์ยุ่น ดังนั้นขอวิจารณ์เฉพาะเสียงยุ่น ซึ่งจากที่ฟังมา เสียงพากย์เข้ากับบุคลิคของตัวละครทุกตัว ไม่มีตัวใหนหลุด และพากย์ได้อารมณ์ตามบท ไม่มีอะไรให้ติ

    9/10
    [IMG]

    GamePlay
    นี่คือส่วนสำคัญที่สุด หากใคคเคยเล่นเกมส์ซีรีย์นี้คงจะคุ้นเคยกับระบบการต่อสู้เป็นอย่างดี เมื่อคุณอยู่ในเวิลด์เมพหรือดันเจี้ยน คุณจะสามารถเห็นศัตรูเดินเพ่นพ่าน คุณสามารถเลี่ยงไม่สู้กับศัตรูได้ถ้าไวพอ เมื่อศัตรูสัมผัสตัวคุณจะเข้าสู่ฉากต่อสู้ ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนที่สนุกที่สุดของเกมส์
    ฉากต่อสู้ใช้ระบบต่อสู้เหมือนเกมส์แอคชั่น คุณสามาถควบคุมให้ตัวละครวิ่งเข้าไปฟัน ป้องกันหรือหลบได้แบบเกมส์แอคชั่น ฉากต่อสู้จึงให้ความสนุกแบบเกมส์แอคชั่นที่เกมส์RPGอื่นไม่ค่อยมี ส่วนสำคัญที่ทำให้ฉากต่อสู้สนุกอีกอย่างก็คือท่าไม้ตาย ตัวละครแต่ละตัวมีท่าไม้ตายเยอะแยะมากมาย และแต่ละท่าแตกต่างกัน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนกราฟฟิคเปลี่ยนพลังโจมตีแบบเกมส์อื่น ท่าไม้ตายเกมส์นี้ให้อารมณ์แบบเกมส์แอคชั่น ท่านี้โจมตีต่อเนื่อง ท่านี้งัดศัตรูขึ้นฟ้า ท่านี้กระแทกศัตรูออกไป ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นสร้างสรรค์คอมโบต่างๆมากมาย เช่น งัดศัตรูขึ้นฟ้า กระโดตามไปฟันโยนลงพื้น และตามไปกระทืบซ้ำบนพื้น การได้ลองสร้างสรรค์คอมโบท่าไม้ตายใหม่ๆก็ทำให้ผมจมอยู่กับเกมส์เป็นชั่วโมงได้แล้ว
    ใช่ว่าฉากต่อสู้จะไม่มีข้อติเลย อย่างแรกคือมุมกล้าง ถึงตัวเกมส์จะอนุญาติให้เปลี่ยนมุมกล้องขณะต่อสู้ได้บ้าง แต่ก็ไม่อิสระขนาดหมุนมุมกล้องกลับไปกลับมาได้ บางครั้งเวลาสู้กับศัตรูตัวใหญ่ๆ หรือช่วงชุลมุล จะมีบ่อยครั้งมากที่ตัวละครโดนบังมิด หรือวุ่นวายจนไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไร
    อย่างที่สองคือ AI เกมส์นี้ตัวละครตัวอื่นในทีมจะควบคุมโโยAI ซึ่งเราสามารถเซ็ตกว้างๆได้ว่าให้AIตัวใหนทำหน้าที่อะไร ฮีลเมื่อไหร่ หนีเมื่อไหร่ แต่บางทีAIก็ชอบทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ แต่ก็ถือว่าเป็นข้อเสียเล็กๆน้อยๆ
    นอกฉากต่อสู้ เกมส์นี้มีระบบ"ผสมของ" เมื่อเอาชนะศัตรูได้ จะได้ไอเท็มวัตถุดิบสำหรับไปใช้ผสมอาวุธ ชุดเกราะ หรือไอเท็มจิปาถะได้ตามร้านขายของ ของที่ผสมได้บางอันมีขายตามร้านทั่วไป(แต่ผสมเอาจะถูกกว่า) แต่หลายๆอย่างหาซื้อไม่ได้ โดยเฉพาะอาวุธมีมากมายหลายชนิดมาก
    อาวุธหลายชนิดมากก็ทำให้พวกชอบเก็บทุกอย่างครบสมบูรณ์ใช้เวลาเป็นวันๆได้แล้ว ยังมาพร้อมกับระบบสกิล อาวุธแต่ละชนิดจะให้สกิลไม่เหมือนกัน คล้ายๆกับระบบอบิลิตี๊ใน FF9 เมื่อใส่อาวุธเหล่านั้นและเก็บค่าประสบการณ์เรื่อยๆ จะสามารถเรียนสกิลจากอาวุธได้อย่างถาวร ซึ่งสกิลมีมากมายหลากหลาย ตั้งแต่เพิ่มHP ไปจนกระทั่งสกิลหายากๆอย่างสกิลชุบชีวิต โดยจะใส่สกิลได้กี่อย่างนั้นขึ้นกับเลเวลของตัวละคร

    โดยสรุป ระบบในเกมส์นี้มีอะไรให้ทำหลายอย่างมาก ทำให้ไม่เบื่อโดยง่าย แถมด้วยระบบการต่อสู้ที่สนุก ต่อคอมโบได้หลากหลาย นี่จึงเป็นส่วนที่ผมชอบที่สุดในเกมส์
    9/10
    [IMG]

    โดยสรุป เป็นเกมส์ RPG ที่คอเกมส์ RPG ยุ่นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง มันมีทุกอย่างที่คนชอบ JRPG ชอบ และก็มีข้อเสียประจำของ JRPG อยู่เล็กน้อย แต่สำหรับคือเกมส์ JRPG ห้ามพลาดครับ

    8.75

    อนึ่ง
    เกมส์นี้มี 2 เวอร์ชั่น เวอร์ XBOX360 และ PS3
    เวอร์ PS3 ออกมาทีหลัง และมีการเพิ่มอะไรหลายอย่างเข้าไปเยอะพอควร(ตัวละครใหม่ ดันใหม่ ชุดใหม่)
    แต่เวอร์ PS3 มีแต่ภาษายุ่นนะจ๊ะ
  13. aurora คาตะโอโม่ย

    EXP: 1,640 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    เห็นรีวิว TOV แล้วแบบว่า...

    อยากเล่น :hsorrow:

    รีวิวนี้ทำฉลอง First Strike ออกสินะ :hping:
  14. Hellblueboy New Member

    EXP: 574 ถูกใจที่ได้รับ: 1 คะแนน Trophy: 0
    Star Ocean 4: The Last Hope
    ความหวังสุดท้ายแห่งทะเลดาว
    [IMG]

    แนว: RPG
    Platform: XBOX360,PS3

    ภาคล่าสุดของซีรีย์ชื่อดังประจำทีมTri-Ace ที่ทพให้แฟนบอยPS3ช้ำใจด้วยการลงEXให้XBOX360 แต่สุดท้ายก็ได้เฮกันทั้ง 2 ฝ่ายเมื่อมันประกาศลงPS3 ด้วย เกมส์นี้จะสมราคากับที่แฟนๆTri-Aceตั้งความหวังไว้หรือไม่

    [IMG]

    เนื้อเรื่อง
    ถ้าใครไปอ่านคำวิจารณ์จากเว็บต่างๆ จะรู้ส่วนนี้เป็นส่วนที่เกมส์นี้ถูกวิจารณ์เอาไว้มาก ตรงเนื้อเรื่องนี่แหละ ส่วนตัวผมนั้นไม่มายด์กับเนื้อเรื่อง เพราะเกมส์RPGยุ่นก็เจอบ่นแบบนี้ประจำ พอได้เล่นเองจึงรู้ว่า เนื้อเรื่องมีจุดให้ติเยอะจริงๆ โดยเนื้อเรื่องเกมส์นี้จะถือเป็นเหตุการณ์แรกสุดที่เกิดขึ้นก่อนภาคอื่นๆทุกภาค

    ในโลกอนาคต นานาชาติได้ก่อสงครามโลกครั้งที่ 3 มีการใช้อาวุธพลังทำลายล้างสูงเข้าห้ำหั่นกัน เมืองต่างๆถูกทำลายย่อยยับ ผู้นำของทั้งสองฝ่ายเมื่อได้เห็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นก็ได้สติ กลับตัวกลับใจหันมาจับมือกัน เป็นการยุติความขัดแย้งระหว่างกันอย่างถาวร แต่โลกอยู่ในสภาพย่ำแย่ มนุษยชาติต้องอาศัยอยู่ใต้ดิน มนุษยชาติจึงเริ่มมองหาที่ตั้งหลักแหล่งใหม่คืออวกาศ จนในที่เมื่อเทคโนโลยีการเดินทางด้วยการวาปนั้นประสบความสำเร็จ โครงการสำรวจอวกาศจึงเริ่มขึ้น

    พระเอก Edge Maverick ชายหนุ่มผู้เลือดร้อนและรักความยุติธรรม กับเพื่อนสาวตั้งแต่สมัยเด็กนาม Reimi Saionji ทั้งคู่เป็นสมาชิกของยาน 1 ในหลายลำของโครงการสำรวจ ขณะที่เข้าสู่การวาป วัตถุลึกลับเหมือนอุกาบาตทำให้อุปกรณ์แปรปรวน ยานทั้งหมดหลงจากัน ยานของพระเอกตกลงบนดาวดวงหนึ่ง ลูกเรือถูกโจมตีจากสิ่งมีชีวิตบนยานซึ่งอาวุธปกติทำอะไรไม่ได้ มีแต่พระเอกเท่านั้นที่สามารถต่อกรได้ จากการที่ลูกเรือส่วนใหญ่บาดเจ็บ กัปตันยานจึงมอบหมายให้พระเอกออกเดินทางสำรวจดาวต่างๆ และตามหายานลำอื่นที่พลัดจากกัน ไม่มีใครรู้ว่าการเดินทางของพระเอกนั้นจะเป็นส่วนสำคัญต่อการปกป้องจักรวาล!!!

    ตัวเนื้อเรื่องตรงตามสูตรสำเร็จเป๊ะๆ พระเอกเลือดร้อน รักความยุติธรรมกับเพื่อนสาวสมัยเด็ก ออกเดินทางเพื่อปกป้องจักรวาล จริงๆการดำเนินเนื้อเรื่องตามสูตรสำเร็จนั้นใครๆเขาก็ทำกัน ถ้ามีการเล่าเนื้อเรื่องที่ดี ตัวละครที่ดึงดูดน่าสนใจ มันก็จะไม่น่าเบื่อ......

    ที่เกมส์นี้พลาดสุดๆคือมีเนื้อเรื่องตามสูตรสำเร็จไม่เท่าไหร่ ดันมีตัวละครตามสูตรสำเร็จเป๊ะๆ พระเอกหัวทองผู้เลือดร้อน รักความยุติธรรม อุดมคติแรงกล้า และโคตรอีโม ประโยคติดปากก็คือ "มิตรภาพ" "....มาจากใจของพวกเรา" "ชั้นจะช่วยทุกคน" ชอบหลุดคำพูดเสี่ยวๆลิเกๆพวกนี้มาเรื่อย ผมมองตานี่เป็นช่องโหว่ใหญ่สุดของเกมส์เลยล่ะ ยิ่งเนื้อเรื่องช่วงนึงที่หมอนี่แปลงร่างเป็นมนุษย์จอมอีโม ที่โคตรอีโมสุด ชนิดบักคล้าวFF7 ยังชิดซ้าย เล่นเอาหงุดหงิด
    ตัวละครที่หรือส่วนใหญ่ตามสูตรสำเร็จ นางเอกซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเด็กของพระเอก บุคลิคก็ตามแบบเพื่อนสาวสมัยเด็กทั่วไป "เอ็ชจิ คนลามก!!" ตามมาด้วยเด็กน้อยโลลิ สาวแว่น สาวน้อยหูแมวจอมซน หุ่นยนต์ตัวยักษ์ และสาวนมตู้ม แต่จริงๆแล้วตัวละครไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น บางตัวก็น่าสนใจดี เช่น Faize (ผมว่าหมอนี่น่าเป็นพระเอกแทนนะ) แต่ที่เหลือบุคลิคตามสูตรสำเร็จหมด
    การเล่าเนื้อเรื่องไม่ค่อยมีลุ้นหรือปมอะไรให้ติดตาม ปนน้ำเน่านิดๆ เช่น "เราจะช่วยนาย เพราะนายถือว่าเป็นเพื่อนของพวกเราแล้ว!!~" ปมเนื้อเรื่องไม่น่าติดตาม และเฉลยง่ายๆตอนใกล้จบเกมส์ "โอ้ มีกลุ่มปริศนาจะทำลายจักรวาลแหน่ะ" "โอเค ไปปราบมันกัน" จบ....... แต่มีบางช่วงที่น่าประทับใจและดีอยู่บ้าง แต่ไม่ขอสปอย
    บ่นมามากก็ขอตบหัวลูบหลัง คล้ายๆกับภาคก่อนๆ เกมส์นี้มีระบบPA system คือเป็นอีเว้นท์เล็กๆที่คนในกลุ่มมีปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งเราจะได้เห็นมุมลึก,ความเป็นมาและการพัฒนาการของตัวละครจากบทสนทนานี้ ซึ่งช่วยเติมเต็มการพัฒนาการของตัวละครที่ไม่ค่อยมีในเนื้อเรื่องหลักได้ดีทีเดียว ความสัมพันธ์ระหว่างสาวโลลิกับบักหูแหลม อ ก็น่าติดตามทีเดียว

    คะแนน เอาไป 7.5/10
    [IMG]

    กราฟฟิค
    ภาคนี้แตกต่างจากภาคก่อนๆพอสมควร เนื่องจากภาคก่อนๆกราฟฟิคจะออกไปในแนวอนิเม แต่ภาคนี้หันไปใช้กราฟฟิคแบบสมจริง ตัวกราฟฟิคก็ทำออกมาดูดี อลังการสมกับที่ลงให้PS3และXBOX360 แสงเงาดูดี ฉากเดินในฟิลด์หรือดันเจี้ยนสวยงามมาก มีแอ๊ฟเฟ็คภาพเลือนภาพเบลอเวลาเราเปลี่ยนทิศเร็วๆหรือเคลื่อนไหวเร็วๆ ในฉากต่อสู้ก็ใช่ย่อย แสงสีอลังการ
    ข้อติอยู่ที่โมเดลตัวละคร อย่างที่บอกมาแต่ต้น ภาคนี้หันมาใช้กราฟฟิคแบบสมจริง หน้าตาตัวละครจึงดูแปลกๆอย่างมาก ซึ่งโดยส่วนตัวผมคิดว่าเกมส์ซีรีย์นี้เหมาะกับกราฟฟิคตัวละครกึ่งอนิเมมากกว่า ภาคนี้เอากราฟฟิคแบบสมจริง หน้าตาตัวละครเลยดูแปลกๆ ตัวละครหญิงนั้นดูดี แต่หน้าตาตัวละครชายนั้นดูไม่ได้เอาเลย โดยเฉพาะหน้าตาพระเอกนี่บรรยายไม่ถูก ดูกันเอาเองละกัล หน้าตาไม่มีราศีความเป็นพระเอกเลย เหมือนตัวประกอบตัวหนึ่ง แต่ดูเหมือนตัวละครหญิงหน้าตาจะถือว่าผ่านเกณฑ์หมด
    โมเดลตัวละครหลายๆตัวอนาโตมี่แปลก โดยเฉพาะตัวละครชาย(อีกและ)บางตัว ช่วงแขนแปลกๆ แต่เป็นแค่ส่วนน้อย สามารถมองข้ามไปได้

    คะแนน เอาไป 8/10 หักหน้าตาตัวละครบางตัว
    [IMG]

    เสียง
    เสียงเพลงประกอบได้มาตรฐานTri-Ace เหมือนเป็นลายเซ็นต์ไปแล้วว่าพอฟังเพลงประกอบก็รู้เลยว่าเกมส์ค่ายนี้ เพลงประกอบไม่มีอะไรให้ติ ยกเว้นเพลงประกอบบางช่วง โดยเฉพาะในฉากฟิลด์บางเพลงที่ชวนง่วงเหลือเกิน เก็บเลเวลบางทีหลับเอาได้ง่ายๆ กลับกัน เพลงตามดันเจี้ยนเร้าใจอย่างมาก
    เสียงพากย์ เวอร์PS3สามารถปรับเลือกได้ว่าจะเอาเสียงยุ่นหรือฝรั่ง เสียงยุ่นพากย์ได้ดี ไม่มีหลุด ยกเว้นเสียงตัวละครบางตัวที่เสียงน่ารำคาญ แต่มีไม่กี่ตัว แต่เวอร์ENGจะมีเสียงหลุดไม่เข้ากับอารมณ์ตัวละครและเสียงน่ารำคาญเยอะกว่าพอสมควร แต่พอทนได้ ถ้าทนไม่ไหวก็เปลี่ยนเป็นเสียงยุ่นซะ

    คะแนน เอาไป 8/10
    [IMG]

    เกมส์เพลย์
    มีจุดด้อยก็ต้องมีจุดดี และจุดดีของเกมส์นี้ก็คือระบบการเล่นเนี่ยแหละ ตัวเกมส์ก็คล้ายๆกับสตาร์ดอเชียนภาคที่แล้ว ตัวละครเดินบนฟิลด์แบบเต็มตัว หลบหลีกศัตรูที่เรามองเห็นได้บนแผนที่ เจอศัตรูและตัดเข้าฉากต่อสู้ ซึ่งเป็นกึ่งแอคชั่นRPG
    ระบบการต่อสู้คล้ายๆกับเกมส์ภาคก่อนๆ ฉากต่อสู้เป็น3มิติ เราควบคุมตัวละครตัวนึง วิ่งไปฟันศัตรูได้ตามใจชอบ หรือใช้ท่าไม่ตาย/คาถาใส่ศัตรู อนึ่ง ท่าไม้ตายเกมส์นี้ไม่ได้เื้อต่อการทำคอมโบแบบเกมส์ตะกูลเทลส์ และระบบต่อสู้ของ 2 เกมส์นี้ต่างกันพอควร ในฉากต่อสู้มีระบบที่เรียกว่า Blind Sight เมื่อเรากดปุ่มหลบหลักค้าง ตัวละครจะอยู่ในสภาพเตรียมพร้อม เมื่อศัตรูเล็งเป้ามาที่เราแล้วเราปล่อยปุ่มถูกจังหวะ ตัวละครจะทำการใช้ความเร็วอ้อมไปข้างหลังศัตรูทำให้ศัตรูงงงวย และเราสามารุโจมตีแบบคริติคอลได้ ทำให้ฉากต่อสู้เป็นมากกว่าการกดปุ่มฟันรัวๆ
    ในฉากต่อสู้ยังมีระบบสะสม Bonus สะสมแท่งสีต่างๆที่ได้จากทำตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ เช่น โจมตีศัตรูคริติคอล โจมตีศัตรูหลายตัวตายพร้อมกัน เป็นต้น แท่งโบนัสแต่ละสีให้ผลต่างกัน เพิ่ม EXP เพิ่มเงิน และสามารถสะสมได้เรื่อยๆ(มีขีดจำกัดว่าสะสมได้สูงสุดกี่อัน) เป็นประโยชน์ต่อการเก็บเลเวลหรือเก็บเงิน แต่น่าหงุดหงิดตรงที่ศัตรูสามารถทำลายแท่งโบนัสที่เราสะสมไว้โดยการโจมตีแรงๆสักที ซึ่งเป็นที่น่าหงุดหงิดมากเวลาที่เราใช้เวลาเกือบชั่วโมงสะสมโบนัสตามที่ต้องการ แล้วศัตรูทำลายทิ้งภายในการโจมตีทีเดียว
    ฉากต่อสู้มีข้อเสียเล็กน้อย เช่น ตัวละครสายเวทย์นั้นใช้ประโยชน์ได้น้อยกว่าสายบู๊โดยตรง และท่าไม้ตายไม่ค่อยหลากหลาย บางคนใช้ท่าไม้ตายท่าเดียวซ้ำไปซ้ำมาเพราะแต่ละท่ามีความแตกต่างกันน้อย
    อีกระบบหนึ่งที่ทำให้เกมส์นี้สนุกมากๆคือ ระบบสร้างไอเท็มและผสมไอเท็ม ตัวละครแต่ละตัวมีความชำนาญในการผลิตไอเท็มต่างกัน การผลิตไอเท็มแต่ละชนิดจำเป็นต้องมีการคิดค้นสูตรในการทำเสียก่อน ซึ่งได้จากการสุมหัวกันคิดของตัวละคร ส่วนวัตถุดิบได้จากทั้งการปราบศัตรู หรือเก็บตามแหล่งตามแผนที่(ทำเหมืองเก็บแร่ เก็บผัก) บางทีคุณสามารถสร้างไอเท็มที่สูงกกว่าระดับของคุณตอนนั้น ซึ่งเป็นอะไรที่สะใจมากเวลาที่เราสามารถผลิตอาวุธเจ๋งๆได้ และใช้มันปราบศัตรูช่วงนั้นไก้แบบชิลๆ
    ส่วนระบบผสมไอเท็ม ที่จะมีช่วงท้ายเกมส์ คือการเอาอาวุธและชุดเกราะไปผสมกับไอเท็มต่างๆแล้วได้คุณสมบัติพิเศษต่างๆ ซึ่งสามารถผสมได้หลายครั้ง และแต่ละไอเท็มให้คุณสมบัติต่างกัน ทำให้สามารถครีเอทได้มากมาย จะเอาเกราะที่ทนทึกธาตุ หรือเครื่องประดับที่เพิ่มEXPให้2เท่าก็ำได้ทั้งนั้น
    ข้อติก็คือ วัตถุในเกมส์นี้ค่อนข้างหายาก ทำให้บางทีต้องเดินทางกลับไปกลับมาในแต่ละดาว ซึ่งเป็นข้อเสียหนึ่งในเกมส์ เพราะระบบการเดินทางในเกมส์นี้น่าหงุดหงิดพอควร ยานของพระเอกมีไว้เดินทางข้ามดาว ส่วนการเดินทางไปสถานที่ต่างๆในแต่ละดาวนั้นใช้วิธี"เดิน"ไป ต่างจากเกมส์อื่นที่มักจะมีพาหนะใช้ใช้ย่นระยะทางตั้งแต่กลางเกมส์ หรือวิธีย่นระยะทางอื่นๆ แต่80%ของเกมส์นี้บังคับให้คุณเดินเอา เดินฝ่าฝูงศัตรูฝ่าเขาวงกตไปนั่นแหละ ทำให้บางทีเดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่ง ใช้เวลา 10 - 20 นาที

    เอาคะแนนไป 8.5/10
    [IMG]

    สรุปสุดท้าย ถึงแม้จะมีจุดด้อยค่อนข้างเยอะ แต่เกมส์นี้มีดีตรงระบบเกมส์(โดยเฉพาะระบบผลิตไอเท็ม)ที่ทำให้คอRPGติดหนึบได้ ถึงแม้จะมีข้อเสียอยู่บ้าง ถ้าคุณชื่นชอบเกมส์ซีรีย์นี้ หรือชอบ JRPG ก็น่าจะลองหามาเล่นดู
  15. finalfan Active Member

    EXP: 618 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 36
    มายืนยันอีกคน เคยไปเล่นของเพื่อนมา
    มันคือ Monster Hunter ที่โคตรยากครับ
  16. yunasung Well-Done Member(เฮ่ย)

    EXP: 1,245 ถูกใจที่ได้รับ: 4 คะแนน Trophy: 88
    Vanquish
    Platform : Xbox360/PS3
    Publish : SEGA
    ผมเชื่อว่า หลายท่านถ้าเปิด google แล้วค้นหา จะได้แต่รถยนต์ยี่ห้อ.... มันไม่ใช่ไอ้นั่นหรอกครับท่าน ผมหมายถึง เกม Vanquish ตะหากเล่า

    [IMG]

    เป็นเกมแนว TPS (เกมยิงแนวมุมมองบุคคลที่ 3) โดยปกติแล้ว FPS หรือ TPS นี่ ผมพอเล่นได้ แต่ถามว่าเคยเล่นเกมไหนสนุกบ้างมั้ย ก็ สมัยโน้นมี Rockman Dash ละมั้ง (นับรึป่าว เพราะอันนั้นมันเรียกว่า Free Running RPG) ซึ่งตอนแรก โหลดเดโมของเกมนี้มาลอง ก็พบว่ามันสนุกได้ที่มาก ทั้งๆที่กว่าจะเล่นเป็นจริงๆ ต้องเข้า Tutorial ของเกมที่เขาเตรียมมาให้

    สำหรับเกมนี้เมื่อตัวเต็มออก ก็เช่นกัน คุณสามารถเข้าไปฝึกใน Tutorial ก่อนเริ่มเกม ซึ่งในนั้นจะมีอธิบายวิธีการเล่นที่คร่าวๆ แต่ยังไม่เจาะลึกมากนัก ซึ่งคุณต้องไปศึกษาเพิ่มอีกนิดเอาเองในเกม มิฉะนั้นการเอาตัวรอดท่ามกลางสงครามเครื่องจักร คงจะเป็นไปได้ยาก

    ว่าแล้วก็เข้าเรื่องรีวิวกันดีกว่า โดยผมจะรีวิวเป็นส่วนๆนะ

    Story 8/10
    เกิดเหตุที่นครซานฟรานซิสโก โดนโจมตีด้วยลำแสงจาก Providence ทำให้ชาวเมืองในระแวกนั้นเสียชีวิตแทบจะทั้งหมดเพราะทนความร้อนไม่ไหว การโจมตีนั้นเกิดจากฝ่ายรัสเซียที่บุกขึ้นไปยึด Providence และได้ยื่นข้อเสนอให้สหรัฐยอมจำนนซะ มิฉะนั้นจะถล่มนิวยอร์กเป็นลำดับต่อไป ซึ่งทางสหรัฐนำโดย Elizabeth Winters ประธานาธิบดีหญิง ได้ประกาศและส่งทหารบุกขึ้นไปโจมตี Providence โดยมี Robert Burns เป็นผู้นำทัพทหารหน่วย Bravo ที่ผ่านสงครามมานักต่อนักแล้ว และ Sam Gideon ที่ถูกส่งมาเพื่อทดสอบชุด ARS (Augmented Reaction Suit) โดยภารกิจของ Sam จะถูกเก็บเป็นความลับไว้ โดยมี Elena Ivanova ผู้เป็นมันสมองในการวิเคราะห์ เจาะข้อมูล และ แนะนำเส้นทางให้กับ Sam ในการเข้าไปจัดการกับพวกกองทัพรัสเซีย ซึ่ง ก่อนจะบุก Providence ทาง Sam และ Elena ได้รับข้อมูลจาก Francois Candide ผู้ที่มีส่วนร่วมในการสร้าง Providence ในอวกาศ ก็ถูกพวกรัสเซียจับตัวไป ซึ่งเขาได้แอบติดต่อกับพวก Sam ว่ามีใครบางคนในกองทัพที่คิดจะหักหลังก่อนที่จะหาทางยับยั้งการยิงลำแสง ครั้งต่อไปของ Providence สงครามย่อย กำลังเริ่มขึ้นใน Colony แห่งนี้แล้ว

    ในแง่ของเนื้อเรื่อง เกมนี้เนื้อเรื่องมันก็มีประมาณนี้แหละ ไม่ได้น้อยหรือมากไปกว่านี้เท่าไหร่ ซึ่งเมื่อเราผ่าน Mission ไป ก็จะมีคัทซีน และ การแนะนำของ Elena ตลอด และนอกจากนี้ ยังมีมุขที่ อยากจะบอกว่าคุณต้องเข้าไปดูด้วยตาตนเอง (ย้ำว่า Act 3 ครับ ฮ่าๆ)

    Gameplay 9/10
    เป็นเกมแนว TPS อย่างที่ได้บอกข้างบนไปแล้ว ซึ่งวิธีการเล่น ก็ใช้การบังคับคล้าย FPS แหละ เพียงแต่ TPS ที่เห็นหลายๆเกม (อย่าง Mafia) คุณอาจจะต้องหลบหลังกำแพง มุด ออกมายิง รีโหลด หลบ วนเวียนแบบนี้ แต่สำหรับ Vanquish ไม่ใช่ครับ มันมีอะไรที่เยอะกว่านั้นมาก ขอแยกเป็นส่วนๆนะครับ
    การเคลื่อนไหว
    แน่นอนว่าวิ่งไปได้ทุกแนว มีอุึปกรณ์ช่วยอย่าง Dash ซึ่งการ Dash จะต้องใช้หลอด AR ด้วย ในการ Dash ส่วนใหญ่จะไว้หนีศัตรู หรือเข้าประชิดศัตรูกันซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ จะมีบางครั้งที่เราต้องใช้ Dash และเปิด AR Mode ด้วย
    การโจมตีด้วยอาวุธ
    อาวุธที่เราใช้แน่นอนว่ามันมี ปืน ซึ่งปืนก็มีหลายแบบแหละครับ Assualt Rifle / Heavy Machine Gun หรือ Shotgun พวกนี้จะมีให้ตอนเริ่มเกม แต่เราจะได้ปืนอีกหลายๆประเภท อย่าง Sniper หรือ LFE Gun และที่เด็ดอย่าง Rocket Lancher ในระหว่างเกม ซึ่งระบบอาวุธในเกมนี้เราสามารถอัพเกรดปืนได้ 2 วิธี
    1. กระสุนปืนของเราเต็มอยู่ และ ไปเก็บปืนชนิดเดียวกัน จะเพิ่มระดับได้ 1 ขั้น ซึ่ง 3 ขั้นจะได้ 1 Rank
    2. เก็บ Upgrade ที่หล่นจากศัตรู โดยจะเพิ่มให้ 1 Rank ทันที กับปืนที่เราถืออยู่ (ถ้ากระสุนหมด ก็จะโหลดกระสุนให้เต็มด้วย)
    แน่นอนว่า ปืนแต่ละกระบอก มี Rank สูงสุดไม่เท่ากัน อย่าง Assualt Rifle จะมี 10 Rank แต่ในขณะที่ Rocket Lancher จะสูงสุดที่ 6 Rank ซึ่ง แต่ละ Rank จะเำพิ่มคุณสมบัติไม่เหมือนกันด้วย อย่าง Assualt Rifle แรกจะเพิ่มจำนวนกระสุนที่สต๊อกไว้สูงสุดได้ แต่ พอ Rank หลังๆ จะเพิ่มพลังโจมตีให้ด้วย เช่นเดียวกับ Rocket Lancher ที่ 5 Rank แรกจะลดเวลาการล็อคเป้า พอ Rank สุดท้าย จะมีอนุภาพทำลายวงกว้างกว่าเดิมอีก 70% เป็นต้น
    แน่นอนว่า เกมนี้เราจะวิ่งดุ๋ยๆ เข้าไปยิงศัตรูเลยไม่ได้หรอก ต้องใช้ที่กำบังและเล็งให้ดีจากนั้นค่อยออกมายิงจะลุยได้ง่ายกว่าวิ่งไป โจมตีไป
    การโจมตีประชิด
    เกมนี้เราสามารถโจมตีประชิดได้เช่นกัน ซึ่งการโจมตีประชิด จะขึ้นอยู่กับอาวุธที่เราถือด้วย อย่างเช่นถ้าถือ Assualt Rifle ก็สามารถต่อยๆ รัวๆ จนหุ่นพังได้ หรือ ถือ Rocket Lancher ไปชกจะกลายเป็น อัพเปอร์คัท ที่เด็ดสุดคือปืน Disc Launcher โจมตีระยะประชิดจะใช้ใบเลื่อยหั่นศัตรู ซึ่ง Disc Launcher นี้แหละ เวลาใช้แล้วเราจะไม่ติด Overheat ในขณะที่การโจมตีด้วยการชก หรือใช้หมัดต่อย Dash มาแล้วถีบซัมเมอร์ซอล เหล่านี้จะทำให้เกิด Overheat ได้ ทำให้เวลาพกปืนหรืออุปกรณ์ไป ต้องใช้ไหวพริบในการสู้กับศัตรูค่อนข้างมาก
    AR Mode
    เป็น Mode ที่ทำให้ฉากทุกอย่างช้าลงกว่าเดิม ซึ่งเหมาะสำหรับเล็งศัตรูที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วในเกมนี้ โดยวิธีการเปิด AR Mode ทำได้ 2 วิธี
    1. หลบในที่กำบังแล้วกระโดดข้ามมาข้างหน้า ในจังหวะที่กำลังจะกระโดด กดปุ่มเล็งค้างไว้ จะเข้าสู่ AR Mode แต่ จะเข้าในระยะสั้นๆ อีกกรณีคือ กลิ้งหลบกระสุนแล้วกด เล็งค้างไว้ทันที ก็เข้า AR Mode ได้เช่นกัน นอกจากนี้ การ Dash ในระหว่าง Dash เราสามารถกดเล็ง เพื่อเปิด AR Mode และ Dash ไปพร้อมๆกันได้อีกด้วย
    2. กรณีโดนศัตรูโจมตีใส่อย่างหนักจะอยู่ในสภาพเกือบตาย AR Mode จะเปิดโดยอัตโนมัติ ซึ่งเราจะยิงแลกหรือหาที่หลบก็แล้วแต่เรา อย่าลืมว่า ชุดต้องไม่ Overheat ก่อนโดนยิงอย่างหนักด้วยล่ะ มิฉะนั้นแทนที่จะได้ AR Mode ก็จะกลายเป็นศพไปแทน
    Enemy
    ศัตรูหลายๆตัวจะมีจุดอ่อนที่หัว ยิงปุ้บหัวกระจุยก็พังปั้บ แต่พวกตัวใหญ่ๆ หลายๆตัวก็มีจุดอ่อนที่คาดไม่ถึงเช่นกัน อย่าง Romanov นี่ ลองเอา Disc Launcher ไปสับมันดูสิ รับรอง ขาดครึ่งท่อน (แต่มันกคลานมาจับได้เราได้อยู่ดี) นอกจากนี้ยังยิงแขนมันให้พังได้อีกตะหากแน่ะ และหลายๆตัว อย่าง Romanov ที่ถือปืนไฟมา เราสามารถยิงกระปุกแก๊สมันให้ระเบิดตายได้ หรือ บางตัวที่มีจรวดเนี่ยะ พอมันจะยิงจรวดขนาดใหญ่ ก็ชิงระเบิดจรวดมันซะ เป็นต้น
    นอกจากนี้ ตัวศัตรูเอง ก็มีโหมดสังหารเราแบบเครื่องจักรเลือดเย็นอีกด้วย อย่าง โดน Unknow เขมือบทั้งเป็น (ต่อให้พร้อมต่อสู้แค่ไหน โดนทีเดียวก็ตายทันที) หรือ Romanov สว่านที่พร้อมจะทะลวง Sam ไปถึงสวรรค์ (แหลกเป็นชิ้นๆ ขนาดหัวไปทาง ขา แขน ไปทาง) และอีกมากมาย ที่ผมยังเจอมาไม่หมด = ="
    อนึ่ง ศัตรูฉลาดมากครับ ยอมรับ พอมันรู้ว่าเรา Overheat เมื่อไหร่ และอยู่ใกล้ๆมัน ศัตรูก็จะเดินเข้ามาหาเราเพื่อสังหารเราระยะประชิดทันทีครับ ขอบอกเลยว่าต้องเตรียมแผนสำรองไว้ด้วยนะ เวลาโอเวอร์ฮีทเนี่ยะ กรั่กๆ
    Event
    หลายๆเหตุการณ์ในเกมที่ทำให้ระทึกได้ตลอด อย่างเช่น ตอนขึ้นรถไฟ แล้ว Elena บอกว่าอีก 2 นาที จะถึงจุดที่เราจะชนกับรถไฟอีกฟากนึง ซึ่งตรงนี้ไม่มีเวลาบอก ถ้าคุณพลาดโดยที่ฆ่าศัตรูไม่หมด ก็เดี้ยงสนิท หรือจะเป็นช่วงที่วิ่งผ่านถนนไฮเวย์ แล้วพื้นเกิดพังทลาย จังหวะที่บอกให้วิ่ง ต้องวิ่งจริงๆ เพราะถ้ามัวแต่เก็บแต้ม เก็บคะแนน รับรอง มีหลุมฝังศพรออยู่เบื้องล่างแน่ๆ นอกจากอีเวนท์แบบนี้ในเกมแล้ว ยังมีอีเวนท์บางอันที่เกิดกับบอสเช่นกัน อย่าง Argus นี่ เจอบ่อยมาก อีเวนท์ทำลายแขน ทำลายหัว หรือ ทำลายทั้งหุ่นไปเลย

    BGM & Sound 9/10
    BGM ผมไม่ค่อยได้สนใจเท่าไหร่ในเรื่องนี้ แต่ BGM เกมนี้มันฟังแล้วแนวยุคไซไฟสุดๆเลยแฮะ
    Sound คงไม่ต้องพูดถึง ตูมตามสะใจมาก และ Sound นี่แหละ ที่ทำให้รอดตายมาหลายครั้งแล้ว (อย่างน้อยก็คามิคาเซ่ของพวกศัตรูบางตัวละนะ หรือระเบิดพวกนั้นแหละ)

    Graphic 10/10
    ไม่มีคำบรรยายครับ ระเบิดตูมตามๆทีนี่เหมือนหนังแนว Epic War เลยให้ดิ้นตาย (โดยเฉพาะ Argus เหอะๆ ตอนหลังมีตายแบบกะจะฆ่าเราให้ตายตามไปด้วย) นอกจากนี้ เอฟเฟคตอนศัตรูยิงมา ถ้าเข้า AR Mode จะได้เห็นทั้งกระสุนที่กำลังผ่านตัวเรา (แบบ Matrix เลยประมาณนั้น) ที่เด็ดคือ ตอนพากษ์ Eng ปากตรงกันไม่พอ เวลาเข้า AR Mode จะได้ยินเสียงพูดตอนที่ Elena ติดต่อมา หรือ ตอนที่ Burn ตะโกนนี่ จะได้ยินเสียงอืด ช้าลงอีกตะหาก แหล่มจริงๆ และแน่นอน การที่เข้า AR Mode นี่แหละ ทำให้รอบข้างช้า ผลคือทำให้ผู้เล่นอาจจะตอบสนองช้าตามไปด้วย (เกี่ยวมั้ยเนี่ยะ ฮ่าๆ แต่ผมตายกับบอสประจำเวลา AR Mode หมด แล้วหลบไม่ทัน)

    Overall
    สรุปโดยรวม ถ้าใครชื่นชอบ TPS สนุกๆเกมนึง ผมยกให้เกมนี้สุดยอดในด้านความสนุก มันส์ ระทึก และ ต้องมีไหวพริบในการเล่น จริงๆ ไม่เชื่อก็ลองวิ่งสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไปยิงสิ รับรองได้กลายเป็นศพ เหอๆ
    อนึ่งเกมนี้ไม่มีพลังชีวิต เหมือนกับแนว Call Of Duty : MW แต่ต้องใช้การคาดคะเนพลังของตัวเองเอา ในบางครั้งศัตรูก็สามารถโจมตีเราทีเดียวตายได้ทันทีเหมือนกัน (อย่างบีมขนาดใหญ่ โดนจังๆก็ตายทันที)
    สรุปอีกที ควรแก่การหามาลอง และเก็บแท้ไว้จริง เสียดายอย่างเดียวคือ เกมมันสั้นไปหน่อย และคิดว่าคงมีภาคต่อแน่ๆ แต่ถึงเกมมันจะสั้น ก็ทดแทนด้วยโหมด Challange ให้เล่นกันเพิ่มอีก

    ของแถมตบท้ายรีวิว

    [IMG]
  17. aurora คาตะโอโม่ย

    EXP: 1,640 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    :hgrad: กระทู้ที่ร้อยวันพันปีจะอัพเดท มันอัพเดทแล้ว

    ปล.เล่น Corpse Party จบเมือ่ไหร่จะเขียนรีวิวส์ :hei:
  18. ffpokemon Editor

    EXP: 1,687 ถูกใจที่ได้รับ: 75 คะแนน Trophy: 113
    [IMG]

    ชื่อเกม: Pikachu Volleyball
    แนว: Action (sport)
    Platform: PC (Windows)

    อีกหนึ่งเกมดักแก่ที่คนจำนวนมากเคยแอบเล่นในห้องคอมที่โรงเรียน

    เนื่องจากเป็นเกมสั้นๆ ประเภทเล่นแบบเอาฮา ประกอบด้วยคนเล่นส่วนใหญ่ตอนนั้นยังเป็นเด็กกันอยู่ ทำให้แทบไม่มีใครสนใจว่าเกม Pikachu Volleyball อันแสนโด่งดังถูกสร้างโดยใคร (ถึงขนาดที่เว็บภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ระบุว่าเกมนี้ถูกสร้างโดย "unknown japanese programmer") แต่ที่จริงแล้ว ในตัวเกมนั้นมีระบุไว้อย่างชัดเจนในเมนูหลักว่าเกมนี้ถูกเขียนขึ้นโดยบริษัท SACHISOFT และปรากฏสู่สายตาชาวโลกในปี 1997

    แน่นอนว่าเนื้อเรื่องไม่มีความจำเป็นสำหรับเกมประเภทนี้ ที่มาที่ไปไม่จำเป็นต้องไปสนใจอยู่แล้ว และคนส่วนใหญ่ก็เล่นเกมนี้กันแบบอ่านตัวอักษรไม่ออกซักกะตัวด้วย เพราะเกมต้นฉบับนั้นเป็นภาษาญี่ปุ่นหมดทั้งเกม ซึ่งเมื่อนำมาเล่นในวินโดวส์ที่ไม่ได้ปรับภาษาเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ทำให้เมนูด้านบนกลายเป็นภาษาต่างดาวไปด้วย (แต่ไม่มีผลกับเด็กเกรียน เพราะอังกฤษหรือญี่ปุ่นก็อ่านไม่ออกเหมือนกัน) ซึ่งทางผู้ผลิตก็แอบทิ้งขว้าง หลังจากปล่อยเวอร์ชันแรกออกมาแล้วก็ไม่เคยมาสนใจใยดีในการแก้บั๊ก หรือแปลเป็นภาษาอังกฤษอีกเลย ทำให้สุดท้ายมีฝรั่งคนหนึ่งนามว่า Dan Grekov ทนไม่ไหว เอาเกมมาแก้ Hex Code ซะเลย เพื่อแก้เมนูเป็นภาษาอังกฤษ และทำให้เปลี่ยนเพลงประกอบได้อีกด้วย


    กราฟฟิค
    ความจริงแล้วด้วยข้อจำกัดที่มี คือการที่ใช้สีแค่ 16 สี (ข้อจำกัดเดียวกับเกมบนวินโดวส์ 95 อื่นๆ เช่น solitaire และ minesweeper) ทำให้เราเห็นความพยายามของคนเขียนเป็นอย่างมาก ที่พยายามเอาสีที่มีอยู่มาจุดสลับๆ กันเป็นท้องฟ้า หาดทราย แต่ถ้าเราลองพิจารณาดูดีๆ แล้ว จะพบว่าปี 1997 นั้นเป็นปีที่ FF7 วางขายพอดี ดังนั้นถ้าให้คะแนนกราฟฟิค สงสัยจะได้ซัก 1 คะแนนแหงๆ


    เกมเพลย์
    วิธีการเล่นนั้นก็เรียบง่าย คล้ายคลึงกับวอลเล่ย์บอลมาก คือทำอย่างไรก็ได้ให้บอลไปกระทบพื้นฝั่งตรงข้ามก็ชนะ, เล่นกัน 15 แต้มต่อหนึ่งเซ็ต, ใครได้แต้มได้เสริฟในการเล่นครั้งต่อไป แต่การที่เกมนี้อนุญาติให้เราเลี้ยงบอลอยู่ในฝั่งตัวเองได้ไม่จำกัดครั้ง และการที่เวลาบอลกระทบขอบจอแล้วจะกระเด้งกลับทำให้มีอะไรที่น่าสนใจเพิ่มขึ้นมาก

    การควบคุมนั้นทำให้โดยใช้ปุ่มลูกศรบังคับทิศทาง กระโดดด้วยปุ่มขึ้น และจะมีท่า "ตีแรง" กับท่า "พุ่งตัว" ให้ใช้ด้วยการกดปุ่ม enter โดยหากกดระหว่างอยู่กลางอากาศและสัมผัสกับบอลก็จะทำให้เป็นการตีแรง แต่ถ้าหากกด enter พร้อมทิศทางจะอยู่บนพื้นก็จะเป็นการพุ่งตัวไปตามทิศทางนั้นๆ

    (เกมนี้สามารถเล่นสองคนได้ โดยเพลเยอร์ 2 นั้นจะบังคับด้วยปุ่ม r,f,d,g และ z ในการบังคับ)

    การตีแรงนั้นเป็นการโจมตีที่สำคัญที่สุดของเกมนี้ คือการตีลูกอย่างรุนแรงไปตามทิศทางที่กดพร้อมกับปุ่ม enter ซึ่งรูปแบบพื้นฐานที่สุดก็คือการกดซ้ายหรือขวาไปพร้อม enter ก็จะเป็นการตีลูกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว กับการกด enter เฉยๆ โดยไม่กดทิศทางจะเป็นการหยอด

    นอกจากนี้ยังกดขึ้น/ลง ไปพร้อมตีได้ด้วยโดยที่การกดขึ้นพร้อมกับ enter จะเป็นการ lop แต่ถ้ากดลงพร้อมกับ enter จะเป็นการ smash

    [IMG]
    การกดขึ้นพร้อมตีจะทำให้ลูกกระแทกเพดานละตกกลับลงมาเป็นการ lop ถ้าใช้ดีๆ ก็จะสามารถจัดการพวกชอบขึ้นหน้าเน็ตได้

    [IMG]
    การ smash นั้นคือการตีลูกลงพื้นอย่างรวดเร็ว เป็นหนึ่งในวิธีการโจมตีที่ได้ผลมากที่สุด เพราะลูกพุ่งเร็วที่สุดในเกมแล้ว

    นอกจากขึ้น/ลง แล้วเรายังสามารถกดเฉียงพร้อมตีได้ด้วย โดยการกดเฉียงขึ้นจะเป็นการตีลูกมุมสูง ซึ่งจะทำให้ลูกกระดอนในองศาแปลกๆ ทำให้สับสนได้ ส่วนการกดเฉียงลงจะเป็นการ smash แบบไปข้างหน้าที่ทำให้สำเร็จได้ง่ายกว่า smash ธรรมดา


    เนื่องจากเกมนี้มีวิธีการโจมตีที่หลากหลายมาก (เนื่องจากเลี้ยงลูกได้เรื่อยๆ จึงทำให้เอาท่าตีมาประสานกันเป็น combo แปลกๆ ได้อีก) แถมแต่ละอย่างก็รวดเร็วทั้งนั้น ทำให้ต้องใช้ทักษะในการชิงไหวชิงพริบในการตีโต้, พุ่งรับ, หลอกล่อ เป็นอย่างมาก ถึงแม้จะดูเป็นเกมเล่นๆ แต่ถ้าหากเอาจริงขึ้นมาก็สามารถทำให้เห็นถึงระดับของฝีมือได้เช่นกัน

    เกมยังสามารถปรับความเร็วได้ด้วย (ช้า, ปกติ, เร็ว) ทำให้สามารถเพิ่มความเร้าใจในการแอบครูเล่นในห้องเรียนได้


    สำหรับ AI นั้นถือว่าแอบเก่งเหมือนกัน แทบไม่มีใครชนะมันในการเล่นครั้งแรกได้ แต่เนื่องจากพฤติกรรมซ้ำๆ ทำให้ถ้าจับทางได้แล้วก็ไม่ค่อยยากเท่าไหร่


    ดนตรีประกอบ
    เพลงที่เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นขนาดที่แค่ฟังเสียงก็รู้แล้วว่าเป็นเกมนี้แน่ๆ ถือว่าเป็นเพลงประกอบที่ค่อนข้างเหมาะสมดี ถึงฟังดูไม่ค่อยสุนทรีย์เพราะเป็นเพลงแบบ midi 8 bit แต่ก็เข้ากับบรรยากาศเฮฮาขณะเล่น ทำให้ผมชอบมาก

    พอเป็นเวอร์ชันที่แก้เป็นภาษาอังกฤษแล้วก็มีการใส่เพลงใหม่เข้าไป ซึ่งให้บรรยากาศเร้าใจ ซึ่งไม่ค่อยมีคนชอบเท่าไหร่ แต่เวอร์ชันนี้เปิดโอกาสให้เราใส่เพลงประกอบเองได้ ทำให้คนส่วนใหญ่ก็เอา original sound track ใส่ลงไปนั่นแหละ

    ส่วนเรื่องซาวน์เอฟเฟคนั้นทำได้ดี ส่วนตัวผมชอบเสียง "ปิก๊ะ" เวลาตีลูกมาก มันน่ารักดี ^^

    สรุป
    โดยรวมแล้วเกมนี้ก็ถือเป็นอีกเกมที่เอามาเล่นคลายเครียดได้ดี แม้จะมีจุดอ่อนในหลายๆ จุดแต่ก็ถือว่าไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากนัก (น่าจะมีคนพอร์ตไปลงมือถือนะ)


    อื่นๆ
    ความจริงแล้วเกมนี้มีบั๊กอยู่เยอะมาก เช่นการที่รับ input จากปุ่มได้แค่สี่ปุ่มทำให้ถ้าเรากดปุ่มค้างไว้ก็จะทำให้ฝ่ายตรงข้ามกระโดดไม่ได้ (โกง), ถ้าเล่นสองคน ฝ่ายที่อยู่ด้านซ้ายอาจตีไปผิดด้านและลงฝั่งตัวเองได้ถ้าหากอีกคนกดปุ่มตีพร้อมกัน, บางทีลูกบอลจะเปลี่ยนเป็นสีโปร่งใส

    ขอปิดท้ายด้วยของแถมที่ผมพยายามนั่งสู้กับ AI อยู่เป็นชั่วโมงครับ
    [IMG]
  19. Ryuune Well-Known Member

    EXP: 1,084 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    ของท่านแฟ๊บ เห็นแล้วโดนมากค่ะ (ยอมรับว่าเคยเหมือนกัน แต่เล่นไม่เก่ง สู้ AI ไม่ได้ซ้ากที~~~)
  20. identity Active Member

    EXP: 580 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 36
    [IMG]
    Darksiders warth of war
    มาจองเอาไว้ครับเพิ่งออกโน๊ตบุ๊คเครื่องใหม่ ค่อยได้ลองเกมใหม่ๆเสียที เห็นหลายๆคนไม่เอ่ยถึงเกมนี้กัน เดี๋ยวผมจะมารีวิวอีกที ปล.เพิ่งโหลดได้เพียงครึ่งเดียว แถมวันอังคารสอบ
    [IMG]
  21. zarathustra Well-Known Member

    EXP: 1,323 ถูกใจที่ได้รับ: 0 คะแนน Trophy: 86
    [IMG]

    [IMG]

    ชื่อเกม: Armored Core: Last Raven
    Platform: PS 2, PSP
    รูปแบบการเล่น: Macha Simulator

    เนื้อเรื่อง: 8/10

    ภาคนี้เป็นเรื่องราวต่อจาก Armored Core: Nexus ครับ หลังจากที่นาวิสพลาดที่จะควบคุมอาวุธจากยุคโบราณ ทำให้โลกทั้งโลกเกิดความแตกแยกกลายเป็นกลุ่มก๊กเหล่าต่างๆ ขุมกำลังที่ใหญ่ๆก็มี The Alliance ที่เป็นการรวมตัวของเปล่าบริษัทต่างๆ และฝั่งตรงข้ามกับกลุ่มพันธมิตร จัดตั้งโดย Jack-O ราเวน(ในที่นี้คือนักบินของหุ่น AC) ที่รอดมาจากสงครามครั้งล่าสุด Vortex หลังจากที่เขาสามารถรวบรวมราเวนจนมีกลำงัมากในระดับหนึ่ง เขาจึงประกาศสงครามกลุ่มพันธมิตร ก่อให้เกิดการทรยศ นำโดยราเวน Evangel เขาได้นำราเวนจำนวนหนึ่งออกไปจากวอร์เท็กซ์ และเข้าร่วมกับกลุ่มพันธมิตร จากเหตุการณ์นี้ทำให้ราเวนส่วนมากออกไปและเข้าร่วมกับเหล่าผู้นำอิสระ

    คุณจะได้รับบทบาทเป็นราเวนคนหนึ่ง คุณจะเลือกเข้าข้างฝ่ายพันธมิตร หรือจะทำลายมันลงด้วยความช่วยเหลือจากแจ๊ค อยู่ที่คุณจะเลือกแล้วล่ะครับ!

    เนื้อเรื่องแค่เริ่มแรกก็น่าสนใจมากแล้วครับ เป็นแบบหลากฉากจบด้วย ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณครับว่าคุณจะเข้าข้างฝ่ายไหน หรือไม่เข้าข้างใครเลย เจอหน้าใครใส่ยับ อะไรแบบนี้ล่ะครับ

    [IMG]

    [IMG]

    [IMG]

    ระบบการเล่น 10/10

    ระบบการบังคับ ขอบอกคำเดียวครับว่า "โคตร!! ยาก!!" ครับ เราต้องมานั่งปรับระบบการบังคับเองครับ ด้วยปุ่มอันน้อยนิดบน PSP เนี่ย ทำยังไงก็ได้ครับให้เราควบคุมได้ง่ายและถนัดที่สุด ตรงนี้ที่ผมชอบครับ มันสมจริงดีมากถึงมากที่สุดด้วยครับ แต่กว่าจะเล่นเป็นก็ตายแล้วตายอีก เลยต้องทำหุ่นอึดๆก่อนตอนแรก พอตอนหลัง เริ่มถนัดขึ้น หุ่นก็ค่อยๆพลิ้วขึ้น

    ระบบอีกอย่างที่น่าสนใจก็คือ การปรับแต่งหุ่นครับ ซื้อชิ้นส่วนของหุ่น (เรียกว่า AC ครับ) มาประกอบขึ้นเป็นหุ่นตัวนึง จะทำยังไงก็ได้ครับ แล้วแต่ เราอยากได้หุ่นแบบไหน แต่ก็ต้องให้มันสามารถใช้ได้ แล้วก็เหมาะสมในภารกิจที่เราจะทำต่อไป แล้วก็ต้องให้โครงสร้างของมันรับน้ำหนักชิ้นส่วนบนตัวได้ ซึ่งผมชอบครับ ยังไงๆหุ่นของผมก็ไม่ซ้ำกับของใครแน่ๆ เรียกได้ว่าหุ่นใครหุ่นมันเลยจริงๆ สมจริงมากครับ

    [IMG]

    [IMG]

    [IMG]

    เพลงประกอบ 5/10

    คุณอยู่กลางสนามรบนะครับ!! มันจะไปมีเพลงประกอบได้อย่างไร อย่างไรก็ดี ผมชอบเพลงตอนที่เราอยู่ในแฮงเกอร์ของเรานะครับ เพลงมันฟังได้เรื่อยๆ แต่ก็เรื่อยๆอย่างเดียวนะครับ ไม่ได้มีอิมแพคอะไรหรือทำให้รู้สึกประทับใจได้เท่าไหร่


    โดยรวมแล้ว เหมาะสำหรับคนที่ชอบเกมหุ่นยนต์สมจริงๆครับ ไม่ได้เล่นง่ายอย่างกันดั้มแบตเทิ่ลหรือ GVG Next Plus แนะนำว่าไปเล่นบน PS 2 น่าจะดีกว่า เพราะอย่างน้อยเราก็มีจอยสติ๊คอีกข้างไว้คุมกล้อง ให้อะไรๆมันง่านขึ้นอีกนิดนะครับ "ย้ำว่าอีกนิดเดียวจริงๆนะครับ"
  22. taepoppuri Member

    EXP: 480 ถูกใจที่ได้รับ: 2 คะแนน Trophy: 18
    [IMG]

    ~BAYONETTA~ สาวแว่นส้นลูกโม่
    เวอร์ชั่นภาพประกอบครบถ้วนสมบูรณ์กว่านี้เชิญตามไปที่http://taepoppuri.exteen.com/20100127/bayonetta เพราะเราขี้เกียจใส่รูปกับคำอธิบายใหม่ค่า TAT

    ~ Intro~
    [IMG]
    "ผมอยากสร้างเกมแอคชั่นที่มีตัวเอกเป็นผู้หญิงมานานแล้วล่ะ แต่เมื่อก่อนผู้ใหญ่เค้าบอกว่าตัวเอกหญิงน่ะเป็นที่นิยมยาก ไม่น่าจะขายได้ คราวนี้ก็จะขอลองดูสักตั้งครับ-Hideki Kamiya"

    ย้อนไปในปี2008....2ปีหลังจากโคลเวอร์สตูดิโอปิดตัวลง"ฮิเดกิ คามิยะ"นักพัฒนาเกมชื่อดังซึ่งมีแนวคิดหลุดโลกที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครกล้าเหมือนก็ได้ประกาศเกมใหม่ภายใต้การพัฒนาในสตูดิโอที่ชื่อPlatinum GamesของSEGA เกมใหม่ที่ชื่อว่า BAYONETTA

    ข้อมูลเบื้องต้นที่ออกมาก็มีเพียงแค่ตัวเอกมีชื่อว่าBayonettaเป็นแม่มดซึ่ง ใช้อาวุธเป็นปืน4กระบอกติดไว้ที่มือซ้าย-ขวาและเท้า(!)ซ้าย-ขวาอย่างละ กระบอก คอนเซปต์ของเกมคือ "Non-stop climax action" ในตอนนั้นการเปิดตัวนี้ก็สร้างกระแสในหมู่แฟนๆDevil May Cryได้ทันที จะไม่ให้จับตามองเกมนี้ได้ไงในเมื่อผู้สร้างเป็นผู้ให้กำเนิดDevil May Cry

    จนสุดท้ายเกมก็ออกวางจำหน่ายในเดือนธันวาคม2009ที่ญี่ปุ่น แต่สำหรับโซนอื่นๆก็เพิ่งจะออกเดือนมกราคม2010นี้เอง... หลังจากได้เกมมาแล้วเราก็ใช้เวลา2เกือบ3วันในการเคลียร์เกมรอบแรก .....พอเล่นจบแล้วก็เราก็นึกถึงคำพูดนึงที่เคยผ่านตาในบอร์ดชาวเกมเมอร์ "อย่ามาแหยมกับคามิยะ" ความละเอียดประณีตของทีมงาน ลูกเล่นของเกมที่มากมายเหลือเกิน ความลับต่างๆ มุมตลกติงต๊องบ้าๆบอๆ เพลงประกอบ บทสนทนาในเกม คัทซีนเว่อร์หลุดโลก ทุกอย่างยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในการเป็นเกมของฮิเดกิ คามิยะไว้ได้อย่างดีและยังเหนือกว่าที่เคยอีกด้วยซ้ำ เกมสามารถคงคอนเซ็ปท์ของ"Non-stop climax action"ได้ตลอดทั้งเกม ใครที่เคยติดใจกับซีรีย์Devil May Cryมาแล้วก็ต้องบอกว่าห้ามพลาดเพราะนี่คือเกมที่มันส์กว่า (คนเขียนแปรพักตร์แล้ว เป็นสาวกป้าแว่นแล้ว หึหึ)

    ~Story and Graphic~
    [IMG]
    ในอดีตโลกใบนี้ถูกค้ำจุนไว้ด้วยตระกูลสองตระกูล คือLumen Sageเป็นตระกูลฝั่งสวรรค์ จะเห็นได้จากศัตรูทั้งหมดของเราเป็นเทวดา และ Umbra Witchตระกูลฝั่งนรก จะสังเกตได้อีกเช่นกันว่าสัตว์อสูรของเราทั้งหมดมาจากนรก ทั้งสองตระกูลจะครอบครองEye of the worldคนละดวงเพื่อรักษาสมดุลย์ของโลกและเป็นการคานอำนาจกันระหว่างสองตระกูลทำให้ทั้งสองตระกูลแม้อยากจะห้ำหั่นกันเพียงไรก็ไม่อาจทำได้ แต่วันหนึ่งก็เกิดความรักข้ามเผ่าพันธุ์จนเกิดมาเป็นเด็กคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกครึ่งของทั้งสองเผ่า จุดนี้นำมาซึ่งการแตกหักจนเกิดการไล่ล่าล้างเผ่าพันธุ์แม่มด ซึ่งเด็กลูกครึ่งคนนั้นก็คือBayonettaนั่นเอง... 500ปีให้หลัง เรื่องราวของเกมก็เริ่มต้นขึ้นที่เมืองVigrid... ทำไมBayonettaถึงต้องห้ำหั่นกับเหล่าเทวทูต อดีตของเธอหายไปไหน เธอเดินทางมาที่เมืองVigridเพื่อจุดประสงคฺ์อะไร ทำไมหนูน้อยเซเรซ่าถึงเรียกเธอว่าแม่ เธอเป็นคนฆ่าพ่อของLukaจริงรึเปล่า ก็ต้องไปติดตามกันในเกมค่ะ

    ในเกมนี้ฮิเดกิก็ยังคงเขียนเรื่องราวที่สอดแทรกมุกตลกและเต็มไปด้วยบทพูดยียวนชวนอมยิ้มได้ดีเหมือนเดิม ถึงบางทีจะติงต๊องไปหน่อยก็ตาม...(อาจจะไม่หน่อยก็ได้นะ...) ตลอดทั้งเกมยังมีการกัดเกมอื่นเช่นโอคามิ RE4 อยู่บ่อยๆ ใครทันมุกก็คงจะยิ้มไปตามๆกันค่ะ และข้อดีอีกข้อก็คือเป็นสคริปต์ที่ลื่นไหลเข้ากับสำนวนทางภาษาอังกฤษไม่ใช่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่นโต้งๆ รายละเอียดของศัตรู ที่มาที่ไปของไอเทม ไฟล์ลับอธิบายเรื่องราวต่างๆก็มีให้อ่านครบก็เรียกว่าทำการบ้านมาดี มีการใส่รายละเอียดแม้จะเป็นแค่เรื่องแฟนตาซี แต่ก็ช่วยให้เกมมีเนื้อหาที่ลึกขึ้น ต้องขอบอกว่าประหลาดใจกับเรื่องราวของเกมนี้พอสมควร จากตอนแรกที่คิดว่าเนื้อหาจะไม่ลึกซึ้งอะไรแต่ก็ปรากฏว่ามีการผูกปมเรื่องราวต่างๆได้ดีทีเดียวถึงจะกั๊กประเด็นหลายอย่างไว้สร้างภาคต่อแต่เรื่องราวก็จบได้ค่อนข้างสมบูรณ์ในตัวมันเอง

    กราฟฟิคในเกมก็อยู่ในระดับกลางๆ สวยงามพอสมควร ก็เสียดายว่าถ้ายังอยู่กับCAPCOMภาพมันคงจะสวยกว่านี้ T-T แต่การออกแบบองค์ประกอบศิลป์และการจัดแสงเงาในบางฉากนั้นต้องขอบอกว่าสวยงามมาก ไม่ว่าจะเป็นฉากหอคอยแห่งความจริง สวนสวรรค์Paradiso ยิ่งเวลากดใช้Witch timeแล้วจะเห็นละอองน้ำเป็นเม็ดๆก็ยิ่งงดงาม ฉากที่ขัดใจก็คงจะเป็นฉากขี่มอเตอร์ไซค์ไล่ล่ากันบนทางด่วน...ดูก๊องแก๊งไปหน่อย และยังมีอาการscreen tearingน้อยๆเป็นระยะๆตลอดทั้งเกม รวมถึงเฟรมเรตที่ร่วงกระจายเวลาบู๊มากๆ ก็หวังว่าภาคหน้าจะปรับปรุงนะคะ

    การเล่าเรื่องราวในเกมก็จะสลับกันระหว่างคัทซีนปกติกับการเล่าแบบภาพนิ่ง เหมือนกับฉายรูปแผ่นฟิล์มเป็นช่องๆ... เอิ่ม ก็ไม่รู้ว่าเจตนาจะทำให้ดูอาร์ตหรือทุนต่ำกันแน่ แต่ที่แน่ๆรู้สึกว่ามันจะไม่ค่อยเวิร์คนะ...บู๊กันมันส์สนั่นจอ ตัดมาอีกฉากเป็นหน้าตัวละครนิ่งๆมีแถบหนามเตยเนี่ย ...แถมเกมยังไม่มีโหมดเธียเตอร์ในดูมูฟวี่ย้อนหลังอีกต่างหาก ดูได้แค่ตอนเล่นอย่างเดียวเท่านั้น (จะบอกว่ามีหลายฉากที่ต้องกดรีแอคชั่นคอมมานด์ก็ไม่เห็นจะเกี่ยว...)

    ~Gameplay~
    [IMG]
    ระบบสู้
    ต้องขอยืมคำพูดของน้องshopperจากบอร์ดgconมาใช้ จังหวะคอมโบเหมือนDMC รวดเร็วเหมือนNinja Gaiden มันส์เหมือนGod hand คุณฮิเดกิเคยบอกไว้ว่าตอนคิดท่าโจมตีของดันเต้เค้าคำนึงถึงความเท่ อามาเทราซึคือความสวยงาม ส่วนBayonettaนั้นคือสเน่ห์ของผู้หญิงเวลาเธอวิ่งจะมีดอกไม้เล็กๆงอยขึ้นมาจากพื้นดินเมื่อกระโดดก็จะมีปีกผีเสื้อออกมาจากกลางหลัง แต่อาวุธที่มีสเน่ห์ที่สุดของเธอก็ผม... ผมที่มีเวทมนตร์ของBayonettaจะสามารถเรียกสัตว์อสูรออกมาช่วยจัดการศัตรูได้หลังจากเราอัดศัตรูไปจนถึงจุดๆหนึ่งแล้ว เช่นการเรียกมังกรออกมาเขมืบ... เรียกส้นสูงยักษ์ออกมากระทืบ หรือ เรียกมือยักษ์ออกมาต่อยให้บี้ (ชุดทั้งหมดของBayonettaสร้างขึ้นมาจากผมของเธอเอง ดังนั้นเมื่อใช้ท่าเหล่านี้แล้วBayonettaก็จะอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยชั่วขณะ...) การทำคะแนนคอมโบก็จะช่วยเพิ่มเกจเวทมนตร์เพื่อเรียกเครื่องทรมานนานาชนิดจากนรกอาทิไอรอนไมเดน กิโยติน ล้อหนาม เครื่องแขวนคอ มาช่วยจัดการศัตรูได้ เรียกว่าTorture attack

    และยังมีระบบWitch time เป็นการกดR2หลบในจังหวะที่กำลังจะถูกโจมตี หากกดได้ถูกต้องเราจะเข้าสู่โหมดสโลวโมชั่นชั่วขณะหนึ่งให้เรางัดคอมโบทุกอย่างออกมาถล่มศัตรูได้เต็มที่ แต่ระบบเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เกมเสียความสมดุลย์หรือง่ายเกินไปเลย เพราะศัตรูมีการโจมตีที่รวดเร็วรุนแรงและหลากหลาย ทั้งยังต้องคอยพลิกแพลงคอมโบกับศัตรูแต่ละชนิด(แต่ศัตรูบางตัวมันรียูสจากDMCกับโอคามินี่!-[]-"ชั้นจำได้นะเธอ) พอมานึกไปถึงตอนที่เล่นเดโมก็คิดเอาไว้ว่าเกมนี้น่าจะระดับความยากประมาณDMC4แต่ที่ไหนได้ โหดกว่าเยอะ รอบแรกที่ยังไม่รู้ทริคเนี่ยตายกันสนุกค่ะ นอกจากนี้เรายังแปลงร่างเป็นเสือดำหรืออีกาเพื่อแก้ปริศนาในบางฉาก หรือเพิ่มความเร็วในการวิ่งได้อีกด้วย พอจบฉากก็จะมีการคำณวนแรงค์และให้โบนัสตามแรงค์ที่ได้ โดยแรงค์ก็จะมาจากคะแนนคอมโบ จำนวนไอเทมที่ใช้ เวลาที่เล่น เป็นต้น

    ระบบอาวุธและไอเทม
    คอมโบทั้งหมดในเกมที่มีจำนวนมหาศาลเกิดจากการการติดตั้งอาวุธให้กับมือและเท้าของป้าแว่น แล้วผสมปุ่มกดต่อยกับเตะ เช่นติดตั้งให้อาวุธที่มือเป็นกรงเล็บ Durgaและอาวุธที่เท้าเป็นปืนลูกซองOnyx Roses กับการติดอาวุธสลับกันให้ที่มือเป็นลูกซองแล้วที่เท้าเป็นกรงเล็บก็จะมีคอมโบไม่เหมือนกัน แต่สไตล์คอมโบก็จะมีพื้นฐานการกดอยู่เพื่อให้ผู้เล่นจำได้ง่าย ในส่วนของอาวุธเริ่มเกมมาเราก็จะมีแค่Scarborough Fairปืนแฝด4กระบอก การหาอาวุธใหม่ๆในเกมก็จะได้จากการเก็บรวบรวมแผ่นเสียงAngelic Hymn Gold LPsให้ครบทุกชิ้นส่วนค่ะ แล้วนำไปแลกกับโรแดงคนขายของ

    นอกจากนี้เราสามารถเก็บอาวุธของศัตรูมาใช้ได้ แต่ท่ามันน้อยเหลือเกินและยังมีเกจความทนทาน กดสามเหลี่ยมใช้คอมโบธรรมดาใช้ไม่ถึง5คอมโบก็พังซะแล้วล่ะค่ะ แต่ก็มีประโยชน์ที่ท่าสุดยอด(กดโอ ชิ้นนึงใช้ได้ครั้งเดียว)มีพลังโจมตีแรงมาก เอาไว้ใช้ตอนคับขันได้ดีทีเดียว และเกมนี้ยังมีระบบใส่เครื่องประดับก็ถือว่าเป็นลูกเล่นที่เห็นไม่บ่อยนักในเกมสไตล์นี้ เครื่องประดับก็จะมีทั้งชนิดที่ช่วยผู้เล่นที่ยังเป็นมือใหม่และก็มีชิ้นที่เพิ่มความท้าทายให้แก่ผู้เล่นฮาร์ดคอร์เช่นกัน ส่วนระบบไอเทมก็จะเป็นแบบเรียลไทม์คล้ายNinja Gaiden จะไม่จำเป็นต้องกดเข้าหน้าเมนูเพื่อใช้ไอเทมฟื้นฟู เราสามารถเซตไว้แล้วกดปุ่มD-padเพื่อใช้ได้เลย

    มินิเกม

    นอกจากค้นหาทางเข้าAlfheim(ดินแดนแห่งภูติ) ที่เป็นมิชชั่นเล็กๆเพื่อปลดล็อคไอเทมต่างๆหลังจากเคลียร์เงื่อนไข(เช่น ฆ่าศัตรูในเวลาที่กำหนด ฆ่าศัตรูโดยจำกัดจำนวนครั้งในการโจมตี) ยังมีมินิเกมยิงเป้าที่เรียกว่าAngel attack ให้เล่นหลังจบทุกๆแชปเตอร์...จะเป็นการยิงเทวดาเหมือนเกมยิงเป้าในงานวัดเพียงแต่มันบินไปมาตลอดเวลาแต่เราก็มีจำนัดกระสุนจำกัด หากยิงได้มากก็จะได้แต้มมาก และสามารถเอาแต้มไปแลกเป็นเงินหรือไอเทมต่างๆได้ จำนวนกระสุนในการเล่นมินิเกมนี้จะขึ้นอยู่กับจำนวนกระสุนทองที่เราเก็บได้ระหว่างการเล่นในแชปเตอร์ โดยกระสุนจะซ่อนอยู่ตามซอกมุมต่างๆ เรียกได้ว่าทุกๆแชปเตอร์มีความลับให้ค้นหา...สุดท้ายแล้วแม้แต่ระบบไอเทมก็ยังเป็นมินิเกมกลายๆ ไอเทมเล็กๆเช่นเขายูนิคอร์น สมุนไพร ตุ๊กแกตากแห้งที่เก็บได้เยอะๆเหล่านี้ใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้ แต่เราสามารถนำมันมากวนผสมกันด้วยตำรับของแม่มดให้เกิดเป็นอมยิ้มฟื้นพลัง อมยิ้มเพิ่มพลังหรืออมยิ้มที่อมแล้วเป็นอมตะ...(ระยะสั้นๆ)ได้

    ความลับ

    เป็นเกมแอคชั่นแอดเวนเจอร์ที่มีความลับให้ค้นหาเยอะมากจริงๆ ทั้งการไล่จับนกทั้ง51ตัวในระดับความยากต่างๆ การหาทางเข้าดินแดนแห่งภูติที่หายากชะมัด... แต่ละแชปเตอร์มีความลับซ่อนอยู่ ถ้าคุณเดินผ่านจุดนี้ไปแล้วและกลับมาในอีก10นาทีข้างหน้า อาจจะมีทางเข้าดินแดนภูติปรากฏขึ้นมาหรือเจอศัตรูลับก็ได้ การเคลียร์เกมในแต่ละระดับความยากก็มีรางวัลให้เมื่อเล่นจบ เล่นกันได้นานเลยทีเดียว

    ~Sound~
    [IMG]
    เพลงประกอบจะเน้นเพลงแจ๊สกับคอรัสเป็นหลักค่ะเพลงตอนสู้บอสทุกตัวทำออกได้เยี่ยม ไพเราะและช่วยบิ๊วอารมณ์ให้รู้สึกว่าบอสยิ่งใหญ่ได้ดี แบทเทิลธีมก็ฟังสบายๆจำนวนเพลงก็มีเยอะ ทำให้ไม่รู้สึกซ้ำซาก ยังมีเพลงชื่อดังอย่างFly me to the moonที่นำมาเรียบเรียงใหม่อีกด้วย เสียงพากย์และเสียงประกอบต่างๆก็ทำดีตามมาตรฐาน โดยเฉพาะเสียงพากย์Bayonetta สำเนียงอังกฤษสะใจดีมาก.....

    ~สรุป~
    ข้อดีที่อยากชมก็พูดไปหมดแล้ว ก็เอาเป็นว่าเกมนี้มีเกมเพลย์ที่สนุก ลงตัว ตัวเกมมีความซับซ้อน มีความลับให้ค้นหามากมาย คุ้มค่ะ

    ข้อเสีย

    - ปัญหาเรื่องเฟรมเรตและเวลาในการโหลดเข้าฉาก (ในตอนหลังจากที่เราเขียนรีวิวนี้ก็มีแพทช์ออกมาแก้ไขแล้ว แต่ก็ยังมีอยู่บ้างประปราย)

    - การคลายปมเนื้อเรื่องใน2แชปเตอร์สุดท้ายที่อยู่ๆก็เล่ามารวดเดียวซะยาวเหยียด

    - ดูเหมือนทีมงานจะชอบเกมขับยานขับมอไซค์แบบเรโตรมาก....ใส่มาตั้งยาว ฉากนี้เล่นแล้วไม่ค่อยสนุก (แต่คนแก่ๆก็คงชอบล่ะมั้ง โฮะๆๆ) ฉากขับรถมอเตอร์ไซค์ก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

    - อันนี้ความรู้สึกส่วนตัวสุดๆ...ก็พอจะรู้ว่าชอบทำอะไรเว่อร์ๆ แต่แชปเตอร์สุดท้ายมันอะไรกัน หลุดโลกไปแล้ว หลุดไปเลย -[]-"

    สุดท้าย ก็ขอคอนเฟิร์มว่าผลงานชิ้นนี้ของฮิเดกิไม่ทำให้แฟนๆผิดหวังแน่นอนค่ะ ห้ามพลาด
  23. taepoppuri Member

    EXP: 480 ถูกใจที่ได้รับ: 2 คะแนน Trophy: 18
    เวอร์ชั่นภาพประกอบครบถ้วนสมบูรณ์กว่านี้เชิญตามไปที่http://taepoppuri.exteen.com/20100306/heavy-rainเพราะเราขี้เกียจใส่รูปกับคำอธิบายใหม่ค่า TAT

    [IMG]
    ~Heavy Rain~ คุณเตรียมใจไว้แค่ไหนเพื่อช่วยคนที่คุณรัก
    นับตั้งแต่วันเปิดตัว เกมนี้ก็ถูกจับตามองมาโดยตลอด คงเป็นเพราะเกมนี้เป็นผลงานชิ้นถัดมาของทีมพัฒนาQuantic Dream ผู้ทำเกม "Fahrenheit" อันโด่งดังในด้านความแนว(สุดๆ) และยังเป็นเกมแรกๆที่บุกเบิกเกมสไตล์ Interactive movie เวลาเล่นก็จะเหมือนกับเราดูหนังอยู่เรื่องหนึ่ง ซึ่งเราจะได้เป็นผู้ตัดสินใจเลือกการกระทำของตัวละคร เนื้อเรื่องทั้งหมดก็จะเปลี่ยนแปลงไปตามการกระทำของเรา เปรียบเสมือนกับเราสวมบทเป็นตัวละครนั้นๆและก็กำกับหนังเรื่องนั้นนั่นเอง...
    [IMG]

    Intro
    ...Origami Killer ฆาตกรต่อเนื่องที่ลงมือสังหารเหยื่อคนแรกเมื่อสามปีก่อน แม้ว่าจะมีเหยื่อที่ต้องตายเพราะฆาตกรนี้ถึง8คนแต่ทางการก็ยังคงมืดแปดด้าน ไร้ซึ่งเบาะแสใดๆ เหยื่อทุกรายเป็นเด็กผู้ชาย อายุระหว่าง8-13ปี สภาพการตายของทุกคนคือตายจากการจมน้ำ มีดอกกล้วยไม้วางอยู่บนอกเสื้อ และมีโอริกามิอยู่ในมือ ศพของทุกคนถูกพบหลังจากถูกลักพาตัวไปประมาณ5วัน

    ...ฟังดูน่ากลัวใช่ไหม แต่คุณคงคิดว่าไม่เป็นไรหรอก มันคงไม่เกิดขึ้นกับคุณ ก็แค่ใช้ชีวิตไปตามปกติ

    ...แต่ถ้าวันนึงเหยื่อคนนั้นกลายเป็นลูกชายของคุณล่ะ

    คุณไปได้ไกลแค่ไหนเพื่อช่วยคนที่คุณรัก?
    [IMG]

    Story&Gameplay

    เกมนี้เราจะได้รับบทเป็นตัวละคร4ตัว คือนักสืบFBI 'นอร์แมน เจย์เดน' พ่อของเหยื่อ 'เอธาน มาร์' ตากล้องสาว 'เมดิสัน เพลจ' และนับสือเอกชน 'สก็อต เชลบี้' โดยบทของนอร์แมนจะเน้นที่การตามหาตัวคนร้าย ของเอธานจะเป็นการทำตามบททดสอบของคนร้ายเพื่อช่วยลูก ของเมดิสัน...เอ่อ ช่วยเอธาน(ว่างมาก) และของเชลบี้จะเป็นการตามเก็บหลักฐานกับพ่อแม่ของเหยื่อ

    เนื้อเรื่องแนวดราม่าผสมการสืบสวนสอบสวนก็ถือว่าเป็นจุดแข็งอย่างนึงของ เกม ถึงเกมนี้จะไม่มีเนื้อเรื่องที่ตายตัวเพราะเรื่องราวขึ้นอยู่กับการกระทำของ เรา แต่พล็อตหลักๆก็น่าติดตามตลอด ส่วนใหญ่แล้วบทจะโฟกัสอยู่ที่เอธาน เค้าจะต้องผ่านบททดสอบต่างๆที่คนร้ายเตรียมไว้ให้ เช่น ขับรถสวนเลน คลานเข้าไปในท่อที่มีแต่เศษแก้ว ตัดนิ้วตัวเอง เป็นต้น
    [IMG]
    หลังจากเคลียร์บททดสอบแต่ละครั้งเค้าจะได้เบาะแสที่อยู่ที่ลูกถูกจับตัวอยู่ เพิ่มขึ้นมาเรื่อยๆ เราที่เป็นคนเล่นก็มีหน้าที่เลือกค่ะ ถ้าไม่ทำลูกเราก็จะตาย หรือบางทีอาจจะมีหนทางอื่นก็ได้นะ ก็เรียกได้ว่ายากที่จะตัดสินใจ เพราะเราไม่รู้ว่าเกมจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ได้แค่เลือกหนทางในสถานการณ์นั้นๆไป แถมบางครั้งยังมีเวลาจำกัดในการกดปุ่มเลือกทางเลือกด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือสวมบทบาทเป็นตัวละครนั้นๆแล้วเลือกไปตามสัญชาติญาณ ก็เป็นวิธีที่แยบยลในการทำให้ผู้เล่นอินไปกับเนื้อเรื่ื่องค่ะ นอกจากนี้เวลาเล่นในส่วนของตัวละครอื่นก็จะมีการหลอกล่อเอาข้อมูลจากคนที่ เราต้องการ หากเราเลือกผิดล่ะก็จะอดได้ข้อมูลนั้น ด้วยการเลือกทางเลือกต่างๆแบบนี้เองทำให้เกมนี้มีฉากจบกว่า20แบบด้วยกัน ขึ้นอยู่กับว่าในตอนสุดท้ายแล้วใครอยู่ใครตาย
    [IMG]
    ในด้านระบบการเล่นทั้งหมดก็จะ เป็นการกดปุ่มที่ขึ้นมาบนหน้าจอ ก็เรียกได้ว่าทุกปุ่มบนจอยมีประโยชน์ค่ะเกมนี้... มีทั้งแบบกดปุ่มรัวๆ กดปุ่มค้าง โยกอนาลอค เขย่าจอย มีหลายแบบมาก ในสถานการณ์ทั่วไป เช่นเวลาเราเดินไปใกล้วัตถุที่เราตอบสนองได้ก็จะมีปุ่มขึ้นมาให้กด แต่การที่ปุ่มจะขึ้นมาเฉพาะเวลาที่เข้าใกล้วัตถุนั้น ทำให้เราจำเป็นต้องสำรวจให้ทั่วอย่างละเอียด...นำพาไปสู่ข้อเสียอย่างนึงคือ เกมนี้เราเดินค่อนข้างช้า บางทีต้องสำรวจเยอะก็เดินกันเมื่อย(โคตร)ล่ะค่ะ ส่วนquick time eventที่ใช้ในสถานการณ์ที่มีเวลาจำกัด เช่นการสู้ หรือเวลาที่เรากำลังหนี ในสถานการณ์แบบนี้ปุ่มจะขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และตำแหน่งยังเปลี่ยนไปเรื่อยอีกตะหาก...เช่นเวลาสู้กับคนร้ายปุ่มก็จะ เคลื่อนที่ไปตามตำแหน่งมีดของคนร้ายที่แกว่งไปมา ทำให้ต้องมองตามตลอด ก็เป็นอีกวิธีที่ทำให้คนเล่นอินไปกับตัวละครค่ะ
    [IMG]
    มุมกล้องในเกมก็ค่อนข้างจะขัดใจอยู่บ้าง ถึงจะบอกว่าเปลี่ยนได้แต่มันก็เปลี่ยนได้ไม่กี่มุม ที่ต้องล็อคมุมกล้องก็เป็นเพราะเกมต้องการจะถ่ายทอดในลักษณะของหนัง แต่บางครั้งมุมกล้องมันก็ดันบังตัวเลือกที่จะเลือกซะอย่างงั้น และบางทีก็ควบคุมยาก หันไปหันมาผิดทางบ่อยๆ...ส่วนเรื่องเพลงประกอบและเสียงพากย์ก็ทำได้ดีมาก เหมือนกับเป็นหนังจริงๆ และอีกประเด็นที่จะละเลยไม่ได้คือกราฟฟิคของเกมนี้ เท็กซ์เจอร์บนหน้าของตัวละครทำได้ดีมาก เห็นรูขุมขนกันเลยทีเดียวเชียว การให้แสงในเกมก็ทำได้ดีค่ะ ถึงแม้การเคลื่อนไหวอาจจะแข็งๆไปซักหน่อยก็ตามแต่โดยรวมแล้วด้านกราฟฟิคนับได้ว่ายอดเยี่ยมค่ะ
    [IMG]

    สรุป

    ถ้ามีเครื่องPS3อยู่ก็ควรจะหามาลองเล่นดูซักครั้งค่ะ เป็นเกมอีกสไตล์นึงที่หาไม่ได้ง่ายๆ

    ข้อดี

    -เหมือนดูหนังสืบสวนสนุกๆเรื่องหนึ่ง

    -เป็นเกมแนวInteractive movieที่ดีมาก (เกมแนวนี้มันมีซักกี่เกมกันเนี่ย...)

    -การดำเนินเนื้อเรื่องที่น่าติดตาม ผู้เล่นมีลุ้นตลอดเวลา

    -ความหลากหลายในการเลือกทางเลือก

    ข้อเสีย

    -ทั้งๆที่ทำดราม่ามาดี แต่พอคลายปมแล้วพล็อตมีช่องโหว่ค่อนข้างเยอะ ทำเสียอารมณ์เลยทีเดียว

    -ความน่าเบื่อในช่วงต้นๆ รวมถึงบางช่วงที่อืดอาดเกินไป

    -ถ้าคุณเป็นคนชอบเก็บโทรฟี่ เบื่อจนอ้วกแน่ๆ...เพราะมันสกิปไม่ได้เลยแม้แต่ฉากเดียว แม้ว่าจะเป็นฉากบังคับที่เหมือนกันทุกรอบก็ตาม

    -บั๊กถ้วยไม่เด้ง สกรีนเทียริ่ง บั๊กตัวละครค้าง น่ากลัวชะมัด...
  24. taepoppuri Member

    EXP: 480 ถูกใจที่ได้รับ: 2 คะแนน Trophy: 18
    http://taepoppuri.exteen.com/20100423/final-fantasy-xiii-the-new-tale-of-the-crystal

    เล่าสู่กันฟัง ~FINAL FANTASY XIII~ The New Tale of the Crystal

    One myth,
    countless stories
    FINAL FANTASY XIII
    The New Tale of the Crystal
    Like the light that shines through the Crystal,
    the universe shines with multi-colored content.
    [IMG]

    Story

    'พัลส์' โลกธรรมชาติอันกว้างใหญ่ที่พระผู้สร้างมอบให้ไว้แก่เหล่าฟัลชี่

    'ฟัลชี่' เหล่าทวยเทพที่พระผู้สร้างให้กำเนิดเพื่อปกครองดูแลโลกใบนี้

    'ลูชี่' คนที่ถูกเลือกให้เป็นนักรบของเหล่าฟัลชี่ นักรบที่ได้รับนิมิตพร้อมกับอิทธิฤทธิ์เหนือคนธรรมดา

    'โคคูน' มหานครลอยฟ้า ที่ซึ่งประกอบไปด้วยความเจริญรุ่งเรือง ชีวิตอันสุขสบาย

    เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นที่พัลส์ บนผืนดินธรรมชาติอันกว้างใหญ่ไพศาล มนุษย์ทั้งหลายอยู่ภายใต้การดูแลของเหล่าฟัลชี่ ยิ่งเวลาผ่านไปมนุษย์ก็ยิ่งเสื่อมโทรม เกิดความขัดแย้ง รบราฆ่าฟันกัน จนถึงจุดที่เทพตนหนึ่งสิ้นหวัง สิ้นหวังกับวัฏจักรเดิมๆของมนุษย์ หนทางเดียวที่จะล้มเลิกวัฏจักรนี้ได้คือการเรียกพระผู้สร้างกลับมา...นานแสนนานที่เทพตนนี้เฝ้าวางแผน จนเมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม เรื่องราวทั้งหมดก็เปิดฉากขึ้น....
    [IMG]
    จุดเด่นของไฟนอลแฟนตาซีภาคนี้ก็คือเรื่องราวด้านความสัมพันธ์ของตัวละครและความลึกของตัวละคร

    ตัวเอกทั้ง6คนถูกสาปโดยเทพองค์เดียวกัน มีนิมิตอย่างเดียวกัน แต่การกระทำ การตัดสินใจ ทัศนคติ มุมมองต่อโลกใบนี้ ของแต่ละคนกลับแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เรื่องราวส่วนใหญ่ของเกมเล่นอยู่กับแง่มุมที่ว่าในความสิ้นหวังนั้นแต่ละคน จะมีการตัดสินใจอย่างไร และอะไรเป็นตัวผลักดันที่ทำให้พวกเขาตัดสินใจแบบนั้น? เป็นอีกภาคหนึ่งที่มีดราม่าความสัมพันธ์ของตัวละครดีมากๆ ทุกคนมีมิติ มีบทบาท มีส่วนร่วมในเรื่องราวอยู่ตลอดเวลา ก็ต้องชมว่าเขียนบทและกำกับในด้านดราม่าได้ดีมากค่ะ แต่ละตัวมีมิติเหมือนกับเป็นคนจริงๆ character developmentเยี่ยม บางครั้งเหล่าตัวเอกอาจมีการตัดสินใจที่เห็นแก่ตัวบ้าง ผิดพลาดบ้าง ก็เป็นเพราะพวกเขาไม่ใช่ฮีโร่(แม้ว่ามีตัวนึงจะอยากเป็น...) และตัวเกมก็มีบทตลกเล็กๆน้อยๆอยู่ตลอด เรียกได้ว่ามีหลายอารมณ์ค่ะ

    แต่จุดนี้ก็ส่งผลเสียทำให้บทบาทของฝั่งตัวร้ายในภาคนี้นั้นมีน้อยมาก ความมีมิติของตัวร้ายถ้าไม่ตื้นเกินไปก็เข้าถึงยาก รวมไปถึงประเด็นหลักของเรื่อง ตำนานของเหล่าฟัลชี่และพระผู้สร้างที่อธิบายผ่านคัทซีนน้อยเกินไป แม้จะเล่าผ่านบทพูดในบางฉาก แต่ก็ต้องนำมาตีความอย่างละเอียด... ผู้เล่นส่วนใหญ่จึงไม่เข้าใจจุดประสงค์ของบอสหลักของเกม ราวกับว่าเนื้อหาส่วนใหญ่ถูกดึงไปที่ตัวละครหลักทั้ง6ตัว ทำให้โฟกัสที่เหตุผลของตัวร้ายและback storyน้อยเกินไป

    ผู้พัฒนาเกมจึงทำระบบ 'Data log'ไว้ให้ ซึ่งจะกดอ่านเรื่องราวต่างๆที่ไม่อยู่ในคัทซีนให้กับผู้เล่นได้รับรู้ เพื่ออธิบายเหตุผลต่างๆรวมไปถึงประวัติของสถานที่และตัวละครทุกตัว ทำให้คนที่ไม่ได้อ่าน เป็นนักเล่นสายกดข้าม จะไม่รู้เรื่องและไม่เข้าใจหลายๆประเด็น ก็ต้องเรียกว่านำเสนอได้ไม่ดีค่ะ ทั้งๆมีเหตุผลรองรับเอาไว้แล้วแต่กลับนำเสนอได้ไม่ชัดเจนพอ.... แถมการแปลระหว่างภาคภาษาญี่ปุ่นมาเป็นภาษาอังกฤษยังมีความกำกวม ทำให้เข้าใจผิดไปหลายทีเลยเชียว และตอนจบที่สั้นเกินไปเพราะว่าทำยาวกว่านั้นไม่ได้แล้ว แผ่นระเบิด(ว๊าย ไม่เอาดราม่า) สำหรับเรามันกลายเป็นตอนจบที่ซึ้งในรอบหลังๆที่ดูค่ะ-*- (รอบแรกยังงงอยู่ ตามไม่ทัน) ก็เสียดายดราม่าที่เขียนบทมาอย่างดี... ถ้าหากทำให้ตอนจบเคลียร์ไปเลยในครั้งแรกที่ดู ก็คงสร้างความประทับใจได้มากขึ้นอย่างแน่นอน
    [IMG]
    แต่อย่างไรก็ตาม หากคุณเป็นผู้เล่นสายเสพเนื้อเรื่องล่ะก็ต้องบอกว่าดราม่าภาคนี้คู่ควรแก่การติดตามน่าดูชมค่ะ

    Gameplay
    [IMG]
    ระบบต่อสู้ที่รวดเร็ว อลังการ เข้าใจง่าย ถ้าคุณไม่ได้ยึดติดว่าrpgมันต้องเป็นเทิร์นเบสล่ะก็คุณจะเพลิดเพลินไปได้ไม่ยาก ก็สมควรที่ได้รับคำชมจากเกือบทุกรีวิวว่าระบบต่อสู้สนุกมาก เน้นไปที่การวางจ๊อบให้เพื่อนอีกสองคน และเปลี่ยนจ๊อบตามสถานการณ์การต่อสู้ตลอดเวลา เรียกว่าต้องคิดตลอด ระบบที่รีเซตได้เพิ่มความสะดวกให้มากกว่าจะทำให้เกมง่ายเกินไปรวมไปถึงเลือดเต็มทุกครั้งหลังจบการต่อสู้ และข้อดีอีกอย่างก็คือระบบสัตว์อสูรที่มีประโยชน์ที่สุดตั้งแต่มีมา ส่วนข้อเสียก็คือการดำเนินเนื้อเรื่องนั้นสุดแสนจะเสียดแทงใจคนเล่น....ก็รู้สึกเหมือนกับว่าเล่นInteractive movieในตอนแรกๆ จะมีแชปเตอร์หลังๆที่มีช่องทางมากขึ้น ส่วนแกรนพัลส์ก็บิ้กเบิ้มสะใจ...(น่าจะมีฉากอย่างแกรนพัลส์สัก3ฉาก...) แต่ยังไงก็เรียกว่าหนังสือบทสรุปเป็นหมันไปเลยล่ะถ้าคุณจะเอาแค่เล่นจบ ก็คงถูกใจสำหรับคนใจร้อนขี้เกียจหาทางไปต่อหลงทาง ดำเนินเรื่องแบบแนวเกมแอคชั่นเลยค่ะ คอเกมrpgจ๋าเล่นไปก็ฟืดฟาดไป(อึดอัด) ยังไงทำฉากมาสวยขนาดนั้นทั้งทีช่วยให้เวลาสำรวจหน่อยไม่ได้เรอะ และก็การกลับไปยังสถานที่เก่าๆไม่ได้ก็ช่างน่าขัดใจ

    ระบบการพัฒนาตัวละครหรือที่เรียกว่าคริสตัลเลี่ยมนั้นก็คล้ายกับสเฟียร์กริดในภาค10 แต่ลูกเล่นน้อยกว่ามากกก ถ้าจะมีข้อดีก็คือสวยมากแค่นั้นเอง -_-" ระดับความยากง่ายของเกมก็ขึ้นอยู่กับทักษะและความเข้าใจระบบของคนเล่นเหมือนภาคก่อนๆ...แต่ในภาคนี้เราคิดว่าการเล่นรอบแรกนั้นค่อนไปทางยากค่ะ อาจจะไม่ยากเท่ากับภาคเก่าๆสมัยฟามิคอม แต่เวลาเจอบอสก็เหนื่อยกว่าภาคหลังๆ เวลาเล่นก็ต้องตั้งใจเปลี่ยนparadigmกันดีๆ ไม่ใช่กดทุบเอาๆก็ผ่านได้ แชปเตอร์หลังๆแม้แต่ลูกกระจ๊อกก็ยังถล่มตี้เราตายได้ถ้าซื่อบื้อไม่เปลี่ยนparadigm...

    อีกระบบนึงที่เราสนใจเป็นพิเศษคือระบบพูดของเพื่อนและNPCค่ะ ไอ้อย่างแรกน่ะทำมาดี เกมมีชีวิตชีวาขึ้นเยอะ และก็ช่วยสร้างมิติของตัวละครได้ดี แต่ไอ้อย่างหลังนี่ไม่เข้าแก๊ปอย่างแรง เข้าใจว่าทดลองอะไรใหม่ๆแต่ไอ้แบบนี้ไม่ต้องกลับมาอีกเลยจะดีกว่า การที่เราวิ่งเข้าไปในรัศมีแล้วNPCก็พูด พอออกห่างก็เลิกพูด วิ่งกลับไปใหม่ก็พูดประโยคเดิม (แถมพูดจาไร้แก่นสารอีกตะหาก) เวลาวิ่งผ่านก็ได้บรรยากาศดีหรอกนะ มีเสียงจ้อกแจ้กจอแจ.... แต่นี่มันเกมRPG ฉันอยากคุยกับคนบ้างอะไรบ้างอ่ะจ้ะ... รวมถึงข้อเสียอีกอย่างคือความลึกในด้านการเป็นเกมRPGที่ควรจะมีอะไรให้ค้นหา แต่นี่พอเล่นเนื้อเรื่องจบก็ไม่มีน้ำซะแล้ว

    Graphics
    [IMG]
    ด้านกราฟฟิกถ้าจะบอกว่าA+++เดี๋ยวจะโดนหาว่าเป็นแฟนบอยไฟนอล -w- เอาเป็นว่ามันซึโก้ยค่ะ การกำกับศิลป์ในภาคนี้ดีมากๆ หลายๆฉากมีการเล่นแสงเงาและโทนสีที่สวยงาม ในที่นี้พูดถึงความลงตัวของศิลปะ ไม่ได้พูดถึงความเหลี่ยมของนิ้วมือตัวละคร ฉากหลายๆฉากสวยมากจนต้องหยุดหมุนมุมกล้องดูเล่นๆ... ฉากคัทซีนพรีเรนเดอร์ก็พัฒนาไปจากยุคPS2มากมาย คมชัดสมเป็นไฮเดฟฟินิชั่น และเกมนี้เป็นเกมJRPGเกมแรกที่รันที่1080แบบไม่อัพเสกล รายละเอียดการเคลื่อนไหวบนใบหน้าของตัวละครรวมไปถึงเทกซ์เจอร์ก็ทำมาดีมาก เห็นรอยย่นกันเลยทีเดียวแหล่ะ รู้สึกว่ายิ่งทำยิ่งเหมือนหนังมากกว่าเกม....โมเดลของสัตว์ประหลาดก็ทำมาน่าสนใจ(ชอบบอสบัลบามั่กๆ) การเคลื่อนไหวดูไม่กิ๊กก๊อก ที่ชอบเป็นพิเศษคือท่าโจมตีของสัตว์อสูรแต่ละตัวในร่างปกติ ท่าสวย+เท่ทุกตัว แต่ว่าสัตว์ประหลาดน้อยไปไม่หน่อย... เปลี่ยนสกินเอาซะเยอะ ไอ้บอสที่เห็นตอนแรกๆหลังๆมันเปลี่ยนสีวิ่งกันเต็มทุ่งเรย...

    Sound
    [IMG]
    เสียงพากย์ของตัวละครในเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษนั้นทำได้ดีกว่าที่คิดไว้ แต่ก็ไม่ดีเท่าเวอร์ชั่นภาษาญี่ปุ่นอยู่ดี เสียงประกอบต่างๆก็ทำได้ปรกติตามมาตรฐาน ส่วนเพลงประกอบนั้นหลายๆฉากก็ทำมาได้ดีมาก เข้ากับสถานการณ์ สำหรับเราเพลงภาคนี้เพราะค่ะ อาจจะไม่มีแทรคที่โดดเด่นขึ้นมาแบบภาค10 แต่โดยรวมแล้วก็ถือว่ากู๊ด สมแล้วที่ได้รับคำชมและกระแสตอบรับที่ดีจากบอร์ดนอก ข้อเสียคือรียูสแทรคเดิมบ่อยมาก หลายๆเพลงคือการเอาเมนธีมกับแบทเทิลธีมมาเรียบเรียงใหม่....และก็มีอยู่สองสามฉากที่ชวนหลับ(เชื่อเถอะ)


    สรุป
    [IMG]

    ข้อดี

    -เนื้อเรื่องและคัทซีนดราม่าๆ กำกับและเขียนบทได้ดีมาก

    -ระบบต่อสู้สนุกมาก

    -กราฟฟิกเมพ องค์ประกอบศิลป์เมพกว่า ไอเดียเมพสุด เปลือกโลกโคคูนงอกกลับเข้าข้างใน ทะเลไร้เส้นขอบฟ้า คิดได้ไง

    -เพลงประกอบ

    -โจโคโบะน้อย น่ารักมาก มีบทเยอะซะด้วย

    ข้อเสีย

    -เอาดาต้าล็อกไปทิ้งทะเลซะ....สนุกนะ ตอนวิเคราะห์ แต่ตอนเล่น งงโพดๆ

    -ฉันอยากกลับไปที่เก่าๆ อยากกลับไปวิ่งเล่นที่ซันเลธ เดินชมวิวที่เลคบรีชา T[]T ให้ฉันกลับไป

    -จิลบทน้อย -*- มันจะออกมาทำไม

    -มีอะไรให้ค้นหาน้อยไป(ในด้านเกมเพลย์)

    ภาคนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างจากภาคเก่าๆ ข้อดีข้อเสียที่หลากหลายนั้นหักลบกันแล้วได้ผลลัพธ์เป็นอย่างไรก็อยู่ที่แต่ละบุคคล ไม่แปลกที่ภาคนี้เสียงจะแตกมาก มีทั้งชมสุดๆและด่าสุดๆ หากข้อเสียเหล่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่สำหรับคุณ ก็จะสามารถเล่นได้อย่างสนุกค่ะ
  25. taepoppuri Member

    EXP: 480 ถูกใจที่ได้รับ: 2 คะแนน Trophy: 18
    http://taepoppuri.exteen.com/20100408/god-of-war-iii-1

    [IMG]

    เล่าสู่กันฟัง ~ God of War III~ ปิดตำนานโล้นซ่าท้าทวยเทพ

    ย้อนกลับไปเมื่อ5ปีที่แล้ว...เมื่อครั้งที่God of Warภาคแรกวางจำหน่ายและประสบความสำเร็จอย่างสูง จนได้รับการยกย่องจากเกมเมอร์ทั่วโลกว่าเป็นเกมแอคชั่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ของวงการ ด้วยกราฟฟิกระดับเทพที่สวยงาม ระบบการต่อสู้ระห่ำใจ มอนสเตอร์ที่ยิ่งใหญ่อลังการ ความดิบ เถื่อนของเนื้อเรื่องและธีมของเกม... และเมื่อภาค2ออกมา ก็ยิ่งยอกย้ำเพิ่มพลังศรัทธาให้กับสาวกทั้งหลายเข้าไปอีก ณ บัดนี้ได้เวลาอันสมควรที่สตูดิโอSanta Monicaแห่งSCEจะคลอด God of War III ซึ่งเป็นละครฉากสุดท้ายประจำซีรี่ย์ออกมาให้เกมเมอร์ทั้งหลายได้กระหน่ำความเถื่อนด้วยเครโทสเสียที

    Story
    [IMG]
    "In the end...There will be only chaos." จากคำพูดทิ้งท้ายของเครโทสในภาค2ก็บ่งบอกถึงเรื่องราวของภาค3ได้อย่างครอบคลุม...ในภาคนี้เนื้อเรื่องทั้งหมดมุ่งไปที่ประเด็นการแก้แค้นเหล่าทวยเทพของเครโทส ซึ่งก็รวมไปถึงการตอบปัญหาที่ว่าทำไมในยุคปัจจุบันถึงไม่มีเทพเจ้าแล้ว? และมีปมใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาคือกล่องแพนโดร่าที่เข้าใจกันว่าปิดประเด็นไปแล้วในภาคก่อน สำหรับเราเนื้อเรื่องในภาคนี้โดยรวมก็อยู่ระดับมาตรฐานค่ะ ไม่ถึงขั้นแย่แบบที่ส่วนใหญ่ปรามาสเอาไว้ ความหมายในฉากจบนั้นเราชอบค่ะ และคิดว่าทำได้ดี แต่กลับเขียนบทได้สั้นกุด ไม่น่าประทับใจเลย สำหรับการปิดตำนานแล้วถือว่าทำได้แย่มาก เป็นเพราะทีมงานตั้งใจจะออกDLC(ส่วนเสริมของเกม)ให้โหลดหรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไงตัวเกมก็ควรจะมีความสมบูรณ์ในตัวมันเอง ไม่อย่างงั้นคนที่เล่นแบบofflineก็เสียเปรียบน่ะสิ...

    ที่เป็นข้อเสียอีกข้อก็คือความจำเป็นจะต้องปิดเรื่องราวทั้งหมดลงในภาคนี้ทำให้บทของเทพหลายตนนั้นทุเรศมาก ตายกระจอกแบบสุดๆ ไม่มีรัศมีเทพเลยทีเดียว เล่นไปก็อึ้งไป อะไรเนี่ย ตัดบทให้มันตายแบบนี้เลยเรอะ การดำเนินเนื้อเรื่องนั้นจะเล่าผ่านคัทซีนเรียลไทม์และคัทซีนแบบภาพกราฟฟิกแบบRed figureหรือBlack figure(นึกภายลายสีดำพื้นแดงหรือแดงพื้นดำบนไหหรือหม้อของชาวกรีก)สลับกันไปทั้งสองแบบมีความกลมกลืนต่อเนื่อง ก็ถือว่าทำpresentationในส่วนของเนื้อเรื่องได้ดีมากๆ

    Gameplay
    [IMG]
    จุดเด่นที่สุดของซีรี่ย์นี้ก็หนีไม่พ้นความสนุกในระบบการต่อสู้ ในภาคนี้เอกลักษณ์ต่างๆก็ยังมีอยู่ครบทั้งดาบโซ่ประจำกาย เวทมนตร์ โหมดสปาต้าร์คลั่ง...และการกดquick time event เพื่อโชว์ฉากแอคชั่นตระการตา และก็ยังได้เพิ่มลูกเล่นเข้าไปอีก อาทิจำนวนอาวุธที่มีมากขึ้น เวทมนต์ที่หลากหลายและมีประโยชน์มากขึ้น และที่มีประโยชน์มากคือไอเทมเสริม จะเป็นอาวุธที่สร้างความเสียหายกับศัตรูได้น้อยแต่มีคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตัว เช่นหัวHeliosสำหรับส่องไฟในที่มืด เท้าเทพHermesสำหรับการไต่กำแพง เป็นต้น

    ในภาคนี้ยังเสริมท่าพิเศษเข้าไปอีก ด้วยการผสมปุ่มระหว่างL1+ปุ่มวงกลม สามเหลี่ยมและสี่เหลี่ยม เพื่อกระชากศัตรูเข้ามาใกล้ๆได้ทุกเมื่อ เพื่อการโจมตีท่าพิเศษรุนแรง และเหวี่ยงอาวุธเพื่อโจมตีรอบตัว ตามลำดับ เราจะสามารถประยุกต์ใช้การกดปุ่มชุดนี้ได้กับอาวุธทุกชนิดทำให้ฝึกใช้ท่าเหล่านี้ได้ตลอด มีประโยชน์และก็กดต่อคอมโบสะดวกมากค่ะ รวมไปถึงอบิลิตี้ดั้งเดิมจากภาค2เช่นปีกของอิคารัสที่ทำให้การเล่นรวดเร็วต่อเนื่องขึ้น ทำให้ทำคอมโบได้มันส์และไหลลื่นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นภาคที่ต่อคอมโบได้อลังการและสนุกมากที่สุดเลยทีเดียว
    [IMG]
    ด้านความดิบเถื่อน ภาคนี้ก็ยังคงอยู่ แถมทะลุเกจความโหดสยอง ยกสถานะเป็นภาคที่สยองที่สุดไปเรียบร้อย ทั้งเลือดทั้งฉาก18+ Blood and goreจริงๆ เด็กๆควรจะมีวิจารณญาณในการเล่นนะจ๊ะ ขาโหดคงสะใจกันเป็นแถวๆ แต่ภาคนี้กลับข้อเสียด้านเกมเพลย์ส่วนอื่นอยู่มากมายจนน่าผิดหวัง ข้อแรกคือความซ้ำซากของอาวุธ มีหลายชิ้นก็จริงแต่ท่าคอมโบหลักๆของอาวุธส่วนใหญ่ก็จะมีต้นแบบเป็นBlade of exileทั้งสิ้น...

    ข้อที่สองคือลูกเล่นของบอส เรียกได้ว่าสิ้นคิดสุดๆ...บอสแทบทั้งหมดไม่ต้องใช้สมองในการคิดหาทางปราบเลย อัดๆๆมันเข้าไปเถอะ เน้นความอลังการอย่างเดียว เมื่อนึกถึงการออกแบบบอสที่มีลูกเล่นมากมายในภาค1และ2ซึ่งทำให้หลายๆคนติดใจกับซีรี่ย์นี้ก็รู้สึกเสียดายค่ะ ที่ไม่ได้เอาแนวคิดนั้นมาพัฒนาต่อ ข้อที่สามคือจำนวนปริศนาที่มีน้อยมาก และก็โคตรง่าย ไม่มีอันที่ต้องงมโข่งแล้วดีใจตอนไขปริศนาได้เลย -_-" ทำให้นึกไปถึงเกมexclusiveเหมือนกันอย่างอันชาร์ตก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้ผู้พัฒนาเค้าไม่ค่อยทำปริศนากันแล้วนิ...ในGOW3มีปริศนาในสวนของเฮร่าอันเดียวที่เราคิดว่าน่าสนใจ ไอเดียดีแต่ก็ยังสั้นและง่ายอยู่ดี -..-
    [IMG]
    ข้อที่สี่คือความสั้นของเกมเพลย์ที่สั้นกว่าภาคก่อนๆอย่างเห็นได้ชัด อาวุธก็มีให้ซะเยอะแต่พออัพเต็มหมดยังไม่ทันได้ลองท่าเกมก็จบซะแล้ว และก็ไม่มีnew game+เพื่อให้เอาอาวุธไปใช้ในรอบต่อไป ต้องมานั่งอัพใหม่ เริ่มต้นด้วยท่ากระจอกเหมือนเดิม ทั้งๆที่ในภาค2ทำให้มีระบบมีnew game+แล้วแท้ๆ จะบอกว่าถ้ามีอาวุธแล้วจะยุ่งเพราะจะแก้ทางตันในด่านแรกๆได้ก็ฟังไม่ค่อยขึ้นค่ะ ถ้าจะทำจริงๆมันก็หาทางออกได้แหล่ะ -_-" ข้อสุดท้ายคือความง่ายของเกม สมคำร่ำลือจริงๆ...ตอนแรกก็คิดว่าคนเค้าเทพกันเลยบอกว่าง่ายแต่มันดันเป็นเรื่องจริงค่ะ -_-" ภาคนี้ง่ายมากๆจนไม่รู้สึกกดดันหรือท้าทายเลยแม้แต่นิดเดียว ถ้าคนเก่งๆมาเล่น ต่อให้เป็นรอบแรกก็คงตายไม่เกิน5ครั้งตลอดทั้งเกม จะบอกว่าง่ายอย่างกับเล่นโหมดอีซี่เกมอื่นก็จะน่าเกลียดไป เอาเป็นว่าเป็นภาคที่ง่ายที่สุดในซีรีย์เลย

    Graphic
    [IMG]
    รีดพลังเครื่องกันเต็มที่ค่ะ สำหรับเกมนี้ ก็สมราคาคุยกับความสวยงามที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอ แสงเงาที่ดี เทกเซอร์หน้าตาตัวละครหลักๆที่ละเอียดสวยงาม เครโทสที่ปกติทำหน้าตาท้องผูกตลอดทั้งเกมก็มีสีหน้าหลากหลายมากขึ้น ฉากต่างๆก็ปราณีต ทำขึ้นมาทีละฉากๆจริงๆ ไม่ใช่ก๊อปปี้องค์ประกอบนี้นู้นแล้วไปแปะๆรวมกันสร้างฉากใหม่ ใครที่ชอบรายละเอียดของฉากในเกมคงจะถูกใจค่ะ สวยมากๆ ทั้งฉากในวังของซุส ฉากในนรกของฮาเดส ที่สุดยอดไปเลยคือฉากบนตัวโครโนส สยองสมจริงสุดๆ เล่นเอาเกมที่ลอกเลียนแบบGOWทั้งหลายกลายเป็นงานเด็กๆไปเลย

    ข้อดีสุดๆอีกอย่างคือการกำกับมุมกล้องในภาคนี้เรียกได้ว่า"เทพ" ในเรื่องของคัทซีนโดยรวมก็ทำได้ดีเช่นกัน ตัวคัทซีนแบบเรียลไทม์นั้นมีความกลมกลืนกับการเล่นดีมาก คือไม่มีการตัดฉาก ทำให้การเล่นเป็นไปอย่างลื่นไหล ต่อเนื่อง ใบหน้าตัวละครและโมชั่นของร่างกายก็สมจริง ไม่เป็นตุ๊กตา ส่วนคัทซีนแบบภาพกราฟฟิกก็ทำได้ดีและน่าสนใจมาก จากที่ปกติจะเห็นหลายๆเกมทำคัทซีนแนวภาพกราฟฟิกเพราะมันทุนต่ำ แต่ในGOW3นี้ทำได้สวยงาม ดูดี ออกอาร์ตๆแนวๆ

    ข้อเสียก็คงจะมีแค่การดีไซน์หน้าตาของเมนู ทำไมมันถึงกระจอกงอกง่อยขนาดนั้น!? ยังกับลอกสมัยเพลย์2มาไม่มีผิด กราฟฟิกของInterfaceเรียบง่ายเกินไปมากๆ แทบจะไร้ดีไซน์เลยทีเดียว ถึงเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆแต่ก็น่าเสียดาย ควรจะให้รายละเอียดมากกว่านี้ และก็เรื่องของเฟรมเรตที่ตกหล่น กระตุกๆบ้างในบางฉาก แต่เมื่อเทียบกับความลื่นไหลของฉากใหญ่มหึมาที่ไม่มีการต้องโหลดแล้วก็ถือว่าด้าน+มีมากกว่า และน่าประทับใจจริงๆ

    Sound
    [IMG]
    คะแนนเต็มค่ะ ทั้งเสียงพากย์ที่เจ๋งมากๆ โดยเฉพาะเสียงของตัวเอก เค้นออกมายังกะเล่นเองจริงๆ เสียงประกอบฉาก เพลง ทุกอย่างลงตัว และสมบูรณ์มาก เพลงที่ใช้ผู้แต่งถึง5คน แต่เพลงกลับไม่ขัดแย้งกันเลย ทุกเพลงมีธีมที่แชร์กัน กลมกลืนกัน ยกนิ้วให้!

    สรุป
    [IMG]
    ค่อนข้างผิดหวัง ไม่ได้ยิ่งใหญ่เท่าที่ควรจะเป็น ทั้งในด้านจุดจบของเทพหลายๆตน และลูกเล่นของเกมเพลย์ ขาดทั้งด้านกลยุทธและปริศนาไอเดียเจ๋งๆที่ควรจะมี แปลว่าคะแนนรีวิวสำนักฝรั่งนี่เชื่อถือได้พอสมควรนะนี่... สุดท้ายภาค3ก็หนีจากอุปสรรคของเกมภาคต่อทั้งหลายไม่พ้น คือขาดความแปลกใหม่ ไม่สามารถสร้างความประทับใจแบบที่มีแรกสุดกับภาค1ได้ แต่ยังไงก็ตาม ก็ดีกว่าเป็นเกมที่ดี ถ้าต้องการเกมแอคชั่นบนเครื่องPS3สักเกม เกมนี้ก็ขึ้นแท่นอันดับ1 ยิ่งถ้าเป็นสาวกก็ไม่ควรพลาดแต่อย่างใด และสำหรับเกมเมอร์ที่ชอบสะสมโทรฟี่ ก็อย่าพลาด เกมนี้แจกถ้วยง่ายที่สุดในจำนวนเกมแอ็คชั่นที่เราเคยเล่นมาค่ะ....

Share This Page