
การสร้างตัวละคร
การสร้างตัวละครนั้นจะเริ่มต้นด้วยการเลือกเผ่าพันธุ์ที่จะเล่นซะก่อน จากนั้นเราจะได้ปรับแต่งรูปลักษณ์ของตัวละคร ซึ่งใน Alpha Test นั้นก็มีลูกเล่นให้เราได้ปรับแต่งมากมาย ตั้งแต่รูปหน้า สีผิว ทรงผม ขนาดร่างกาย และยังมีรายละเอียดยิบย่อยอย่างการทำไฮไลต์สีผม ทำให้ตัวละครมีความหลากหลายมากๆ นอกจากนี้เรายังเลือกเสียงพูดให้กับตัวละครได้ด้วย
ยังครับยัง... อย่าพึ่งคิดว่าคุณจะได้เล่นเกมแล้ว คุณยังต้องเลือกคลาส วันเกิด และเทพพิทักษ์ด้วย ซึ่งไอ้อันหลังสุดนี่ยังมิอาจทราบได้ว่ามันส่งผลยังไงต่อการเล่นเกม พอเราเลือกสิ่งเหล่านี้เสร็จแล้ว ก็ต้องไปตั้งชื่อตัวละคร แต่ตั้งชื่อแล้วก็ยังไม่พอนะครับ ต้องตั้งนามสกุลอีกด้วย.... (หนุ่มสาวคู่รักเอย... ได้เวลาที่เจ้าต้องไปชักจูงแฟนตัวเองให้มาตั้งนามสกุลเดียวกันแล้ว)
หลังตั้งนามสกุลแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะได้เข้าสู่โลกของ Final Fantasy XIV กันเสียที
การเปลี่ยนฟิลด์และไพรเวทแอเรีย
พอตัวละครเกิดมาแล้ว สิ่งแรกที่หลายๆ คนชอบทำก็คือการวิ่งพรวดออกจากเมืองเพื่อเริ่มต้นการผจญภัยในทันที ซึ่งเวลาวิ่งเปลี่ยนฟิลด์ต่อฟิลด์นั้นตัวเกมจะไม่เสียเวลาโหลดเลย
แฟมิซือได้บรรยายไว้ว่าโล Eorzea นั้นให้ความรู้สึกกว้างใหญ่ไพศาลมากๆ นอกจากนี้การเปลี่ยน BGM ระหว่างสถานที่ต่างๆ นั้นยังกลมกลืนไหลลื่นอย่างเป็นธรรมชาติ
ระบบไพรเวทแอเรียที่เคยมีในภาค XI ก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม เวลาที่เราและปาร์ตี้เข้าไปทำอีเวนต์บางอย่าง เกมจะพาเราเข้าไปยังไพรเวทแอเรียและตัดเข้าสู่คัตซีน ซึ่งในไพรเวทแอเรียนั้นเราจะเห็นแค่คนในปาร์ตี้ของเรากับ NPC ในอีเวนต์เท่านั้น ทำให้กลุ่มผู้เล่นสามารถอิ่มเอมกับคัตซีนได้อย่างเต็มที่ (แต่อาจจะเห็นข้อความที่คนในกิลด์ส่งมาอยู่ดี)
เมนูภายในเกม มีดังนี้
- Status & Equip
- Action
- Physical Bonus
- Item
- Journal
- Party
- Map
- Teleport
- Warp
- Logout
กิลด์ลีฟและระบบต่อสู้
กิลด์ลีฟก็คือระบบเควสของเกมนี้ ซึ่งเราสามารถรับไปทำได้โดยการเข้าไปแวะเยี่ยมกิลด์ต่างๆ ภายในเมือง ซึ่งเนื้อหาของเควสหรือกิลด์ลีฟนั้นจะแตกต่างกันไปตามแต่ละบุคคล บางคนโดนให้ทำอย่างนึง บางคนก็โดนให้ทำอีกอย่างหนึ่ง ทว่าเราสามารถจะช่วยกันทำเป็นทีมหรือจะทำเดี่ยวก็ได้
เอาล่ะ... พอรับเควส เอ้ย.. กิลด์ลีฟมาแล้ว สิ่งที่เราต้องทำต่อไปก็คือการเดินทางไปยังจุดวาร์ปที่อยู่ใกล้ที่สุด โดยในเกมจะเรียกจุดวาร์ปพวกนี้ว่า "Aetheryte" พอมาถึงจุดวาร์ปแล้วเราก็กดใช้คำสั่ง "Teleport" จากเมนูเพื่อเดินทางไปยัง Aetheryte ที่อยู่ใกล้กับสถานที่ๆ เราต้องไปทำเควส โดยเราสามารถวาร์ปไปยัง Aetheryte ที่เราเคยแวะเวียนไปแล้วได้ ดังนั้นเวลาที่เราวิ่งไปในสถานที่ต่างๆ แล้วเจอ Aetheryte ก็อย่าลืมแวะเข้าไปสำรวจนะครับ
ความยากของกิลด์ลีฟนั้นจะแปรผันตามขนาดปาร์ตี้ของคุณ โดยจะแบ่งออกเป็น 5 ระดับ ตัวเกมจะบรรยายระดับความยากออกมาเป็นคันจิ 4 ตัวอักษร คันจิดังกล่าวนั้นแปลค่อนข้างยากและมีความหมายซับซ้อน ซึ่งก็มีดังนี้
☆ - 孤軍奮闘 (ko-gun-fun-tou) - A Lone Fighting Force (ไปคนเดียว)
☆☆ - 少数精鋭 (shou-suu-sei-ei) - An Elite Few (ไปกัน 2-5 คน)
☆☆☆ - 推奨人数 (sui-shou-nin-zuu) - Recommened Party Size, (ไปกัน 6-8 คน)
☆☆☆☆ - 千軍万馬 (sen-gun-ban-ba) - A Great Army *แปลตรงๆ คือ 1,000 Units & 10,000 Horses* (ไปกัน 9 คนขึ้นไป)
☆☆☆☆☆ - 人海戦術 (jin-kai-sen-jutsu) - A Vertiable Ocean of People *ไปกันเป็นฝูงนั่นแล* (ไปกันราวๆ 15 คนขึ้นไป)
กิลฟ์รีฟส่วนใหญ่นอกจากวิ่งไปวิ่งมาแล้ว เรายังต้องต่อสู้ด้วย ซึ่งการต่อสู้นั้นจะมีสเต็บดังนี
1.) ล็อคเป้าศัตรู - ใช้ปุ่มทิศทางเลือกศัตรูก่อน แล้วใช้ปุ่ม L3 เพื่อล็อคเป้า จากนั้นตัวละครของเราจะจ้องไปทางศัตรูตลอด
2.) จับอาวุธพร้อม - เลือกอาวุธแล้วกดวงกลม จากนั้นให้กด R1 เพื่อชักอาวุธออกมา ตอนนี้เราจะอยู่ใน Active Mode ที่พร้อมจะฟัดกับศัตรูแล้ว
3.) เลือกคำสั่งต่อสู้ - คำสั่งที่ใช้ได้จะแสดงเป็นภาพอยู่ที่ด้านล่างของเจอ ด้านใต้คำสั่งนั้นจะมีเกจที่บอกว่าต้องรออีกนานเท่าไหร่ถึงจะใช้คำสั่งนั้นได้ การเลือกคำสั่งให้ใช้ปุ่มทิศทาง

4.) รอแอคชั่นเกจเต็ม - เป็นเกจที่ทำหน้าที่เหมือนไทม์เกจในภาค XIII และ ATB เกจในภาคก่อนๆ เราต้องรอจนแอคชั่นเกจเต็มก่อน ถึงจะใช้คำสั่งต่างๆ ได้ แต่ถ้าอยากจะใช้เท่าเหล่านั้นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ก็ต้องรอเอฟเฟคเกจขึ้นก่อน

5.) ใช้เอฟเฟคเกจ - พอแอคชั่นเกจเต็มแล้ว เราจะใช้คำสั่งทันทีเลยก็ได้ แต่ถ้าอยากให้คำสั่งเหล่านั้นส่งผลลัพธ์ดีขึ้น ก็ต้องรอสะสมเอฟเฟคเกจด้วย ซึ่งเจ้าเกจนี่จะค่อยๆ ขึ้นมาอย่างช้าๆ และจะแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ยิ่งเรามีเอฟเฟคเกจมากเท่าไหร่ คำสั่งต่างๆ ที่กดใช้ไปก็ยิ่งให้ผลลัพธ์ดีมากขึ้นเท่านั้น

การเดินทางอันแสนสะดวกสบาย
Aetheryte หรือจุดวาร์ปนั้นจะตั้งอยู่อยู่ในฟิลด์ต่างๆ รวมทั้งในเมืองด้วย โดยมันทำหน้าที่เป็นจุดวาร์ปผู้คนที่อยู่ที่ Aetheryte หนึ่งไปยังอีก Aetheryte หนึ่ง... ความสะดวกสบายมันเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นทุกคนสามารถใช้คำสั่งเทเลพอร์ตได้ตั้งแต่เริ่มเกม นอกจากนี้เวลาที่เราทำกิลฟ์ลีฟเสร็จแล้ว จะมี "Aethereal Node" ปรากฏขึ้นต่อหน้าเรา พอเรากดสำรวจก็จะสามารถวาร์ปกลับไปยังจุด Aetheryte ล่าสุดที่เราเคยแวะไปได้ ทุกสิ่งทุกอย่างถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นมีอิสระและสนุกกับเกมได้อย่างเต็มที่
เสรีภาพในการพัฒนาตัวละคร
ใน Final Fantasy XIV จะเรียกระดับของตัวละครว่า "Physical Level" เวลาที่เราชนะการต่อสู้เราจะได้แต้มมา ซึ่งเราสามารถใช้แต้มนั้นอัพค่า HP MP Str Int และค่าอื่นๆ ให้กับตัวละครได้ พูดให้ถูกคือผู้เล่นอยากจะตั้งหน้าตั้งตาอัพค่าใดค่าหนึ่งให้สูงไปเลยก็ได้ หรือจะทำให้มันบาลานซ์ๆ กันไปให้หมดก็ได้

ความเห็นจากทีมงานแฟมิซือ 2 คน ที่เล่นเป็นสายบู๊กับสายเวท

คิขุโอะ ซาจิ : เล่นเป็น รูกาดิน สายบู๊คลาส Pugilist
- ระบบสร้างตัวละครมีความลึกดี นั่งแต่งทั้งวันก็ยังได้
- อย่าไปคิดมากว่าจะเล่นคลาสอะไร แค่เปลี่ยนอาวุธ คลาสมันก็เปลี่ยนตามแล้ว
- ทำไม รูกาดิน กับ ลาลาเฟล มันขนาดต่างกันเยี่ยงนี้
- อีโมต่างๆ น่ารักจังเลย... โดยเฉพาะของลาลาเฟล
- จะไปทำกิลด์ลีฟทีไร ก็ต้องแวะไป Aetheryte ทุกที
- กิลฟ์ลีฟแบ่งเป็น 5 เลเวลนะครับ
- ตำแหน่งของมอนสเตอร์ที่เราต้องไปซัดเพื่อทำกิลฟ์ลีฟให้ผ่าน จะแสดงในแผนที่ให้เลย
- เวลาตายแล้วจะสภาวะง่อยเป็นเวลา 5 นาที ทำให้ HP/MP สูงสุดน้อยกว่าปกติ (เหมือนภาค XI)
- เกมมันจะกว้างใหญ่ไปไหน รู้สึกราวกับว่าใช้เวลาทั้งชาติก็คงสำรวจไม่หมด
- ปู!!! มันกลับมาแล้ว!! ปูยักษ์งับผมตายในคำเดียว....!!
โอโพเนะ คิขุจิ : เล่นเป็น ลาลาเฟล สายเวทคลาส Thaumaturge
- ตัวเกมเวอร์ชั่นอัลฟามีลูกเล่นเยอะกว่าเวอร์ชั่นที่แสดงในงาน Gamescom 7 เดือนก่อนเยอะเลย
- การสร้างตัวละคร ทำให้เสียเวลาได้ทั้งวันอีกแล้ว
- ทำไมนั่งพักแล้ว MP ไม่ขึ้น...
- ทว่านักเวทก็มีคำสั่งเวทพื้นฐานที่ใช้แล้วไม่เสีย MP นะ
- ขณะร่างเวทสามารถเคลื่อนที่ไปมาได้นะ แต่ก็ต้องระวังเพราะมันมีผลกับขอบเขตเวทที่จะร่ายออกมาด้วย
- การเก็บอาวุธจะทำให้ตัวละครอยู่ใน Passive Mode ซึ่ง HP จะค่อยๆ ฟื้นกลับมาเรื่อยๆ ทำให้นักเวทเล่นโซโลง่ายขึ้นเยอะ
อื่นๆ
- เผ่าไฮแลนเดอร์มีแต่ผู้ชาย
- เผ่าหูแมวมิคอตเต้ มีทั้งเพศชายและเพศหญิง แต่เราเลือกเล่นได้แต่เพศหญิง
- เผ่ารูกาดินมีเพศหญิงด้วย... (ไม่ได้บอกว่าเอามาเล่นได้มั้ย)
- แต่ละเผ่ามีสเตตัสตอนเริ่มไม่เท่ากัน แต่เดี๋ยวอัพๆ ตัวละครไปเรื่อยๆ มันก็ไม่ต่างกัน
- เพศไม่มีผลกับสเตตัส
- ฉากเปิดเกมเป็นเรียลไทม์ ไม่ใช่พรีเรนเดอร์
- ดูเหมือนอัลฟาเทส จะสร้างมาให้แคชชวลเกมเมอร์เล่นได้ด้วย แต่มันก็ยังยากอยู่ดี
- เมื่อตัวเกมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ จะมีการรีสเตตัสใหม่ทั้งหมด
- หลังผ่าน Alpha Test แล้วจะมี Beta Test 1 และ Beta Test 2.... คนที่เอารหัสจาก FFXIII มาลงทะเบียนไว้จะได้เล่นตอน Beta Test 2
- เวลาจะสร้างปาร์ตี้ คนชักชวนต้องอยู่ใกล้ๆ กับอีกฝ่ายนึง ถึงจะชวนเข้าปาร์ตี้ได้ (อ่าว...)
- มีอบิลิตี้สำหรับฟื้น MP ให้ตัวละครด้วย
- ใน Passive Mode, HP ของตัวละครจะฟื้นกลับมาเร็วน่าดู
Help



Promote to Article



