Hikari no 4 Senshi
บทสรุป Part 3 : การผจญภัยของเจ้าหญิงไอเร่

เกมจะตัดมาที่หมู่บ้านริเวลเต้ หมู่บ้านเงียบๆ อันแสนสงบสุข และคงจะสงบเกินไปเสียด้วย จนเจ้าหญิงสุดสวยของเรา ไอเร่ ต้องกรีดร้องโวยวายด้วยความเบื่อหน่าย ทั้งไม่มีอะไรทำ ทั้งร้อน ทั้งเตียงไม่นุ่ม ทั้งของกินไม่อร่อย บลาๆๆ แต่จุสก้าก็ยังคงนอนของเขาต่อไปไม่ได้สนใจอะไรนัก

พอออกจากบ้านมา ให้เดินไปบ้านทางซ้ายบนแล้วคุยกับเด็กข้างในบ้าน อโพโร่ เขาจะพูดถึงพ่อแม่ที่ถูกโจรสลัดจับตัวไป ... โจรสลัด! เยส เจ้าหญิงไอเร่ก็ได้มีอะไรทำแก้เซ็งซักที นั่นคือการไปสืบหาโจรสลัดนั่นเอง

กลับไปรบเร้าจุสก้าที่บ้านของเรา จุสก้าจะเข้ากลุ่มมากับไอเร่ด้วยอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

ริเวลเต้ มีไอเทมให้เก็บทั้งหมด 8 ชิ้น ไม่นับหีบสมบัติชั้นใต้ดินที่บ้านของอโพโร่ สามารถตรวจสอบได้ที่โรงแรมด้านใต้ของหมู่บ้าน
ด้านเหนือ
1. ไฮโพชั่น - ข้างๆ บ้านของอโพโร่ทางขวา
2. โพชั่น - ทางขวามือของพระราชา
3. ยาหยอดตา - ข้างๆ บ้านทางขวาของจุดเซฟ
4. ยาแก้ใบ้ - ในโรงแรม
ไม่นับ - แหวนเพิ่มพลังโจมตี 10% - ชั้นใต้ดินบ้านของอโพโร่
ด้านใต้
5. ปีกมังกร - บนเรือ
6. กลองดิน (โจมตีด้วยธาตุดิน?) - หลังร้านไอเทม
7. โพชั่น - ในร้านฝากของ
8. ขนฟินิกส์ - บนเนินเขาทางซ้ายล่างของหมู่บ้าน

เดินหาข้อมูลในหมู่บ้าน เราจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับกัปตันเดรก และถ้ำโจรสลัดที่อยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้าน กัปตันเดรกดูจะเป็นมิตรกับหมู่บ้านนี้พอสมควร เพราะมีลูกน้องของเขาเดินเตร็ดเตร่อยู่หมู่บ้านด้วย ลูกน้องของเขาบอกว่า กัปตันเดรก เป็นคนที่รักท้องทะเลและอิสรภาพ และยังเป็นคนดีมาก ไม่น่าใช่คนที่จะลักพาตัวใครแบบนี้ อืม แปลกจริงๆ เป็นหน้าที่ (หรือความซน?) ของไอเร่ที่จะต้องไปตรวจสอบดูซะแล้ว

ศัตรูที่เราจะเจอในช่วงนี้ จะเน้นหนักที่ธาตุน้ำ จึงควรซื้อโล่ห์ุน้ำแข็ง アイスシールド ให้ทั้งไอเร่และจุสก้า และซื้อยาแก้ใบ้ やまびこそう กับยาแก้มึนงง ちんせいざい ติดไปซักคนละขวด ไอเร่เปลี่ยนเป็นมนต์ขาวซะ เอาเวทย์ไฟให้ไอเร่ไว้ใช้ แล้วหยิบอาวุธดีๆ ที่ได้จากทะเลทรายให้จุสก้า


[แผนที่ถ้ำโจรสลัด coming soon]

ถ้ำโจรสลัด อยู่ทางตะวันออกของหมู่บ้านริเวลเต้ โจรสลัดข้างในจะถามหารหัสลับ ซึ่งคำตอบก็คือ "自由" หรือ "อิสรภาพ" นั่นเอง

เมื่อเดินเข้าไปลึกๆ เราจะเห็นโจรสลัดตัวใหญ่ยืนขวางทางพวกเราอยู่ เขาอ้างว่าเป็นกัปตันเดรก แล้วแปลงร่างเป็นปีศาจตาเดียว トロルド โทรลโด้ เข้าสู้กับเรา บอสตัวนี้เป็นการต่อสู้ที่น่าเบื่อจริงๆ เนื่องจากมันมีพลังป้องกันสูงมากกกกกกกกกกกก แถมยังไม่ต้องมียุทธวิธีอะไรซะอีก ไอเร่เพิ่มพลังไป จุสก้าโจมตีไป ใส่คำสั่งซ้ำๆ อยู่พักใหญ่ๆ มันก็ไม่ตายซะทีเพราะเราทำดาเมจได้น้อย.... ข้อควรระวัง มันมีท่าโจมตีหมู่ ซึ่งอาจทำดาเ้มจให้กับเราได้ถึง 20 จึงควรเติม HP ให้สูงอยู่ตลอดเวลา

หลังจากปราบโทรลโด้ลงได้ เดินต่อเข้าไปอีกหน่อยแล้วลงบันไดไป ก็จะพบกับกัปตันเดรกตัวจริง และพ่อแม่ของอโพโร่

กดสำรวจแก้วสีฟ้าตรงกลาง ไอเร่จะได้พบกับภูต ลิลลี่เบล? ซึ่งมีแต่ไอเร่คนเดียวที่มองเห็นและพูดคุยด้วยได้ ลิลลี่เบลจะกล่าวขอบคุณแล้วร่วมเดินทางไปกับไอเร่ด้วย

แล้วทั้งหมดก็ตัดสินใจเดินทางกลับริเวลเต้ด้วยกัน


เมื่อกลับมาถึงริเวลเต้ ไปคุยกับอโพโร่จะได้รับเครื่องป้องกันมาชิ้นหนึ่ง แล้วกลับไปนอนที่บ้าน เช้ารุ่งขึ้นเจ้าหญิงไอเร่ก็จะกลับเข้าโหมดเบื่อโลกหาอะไรทำของเธอต่อ พอลิลลี่เบลพูดถึงข่าวลือเรื่องขุมทรัพย์ของริเวลเต้ ไอเร่ก็ลิงโลดด้วยความดีใจ กระชากลากถูจุสก้าให้ออกไปค้นหาขุมทรัพย์ด้วยกัน

ทางเข้าดันเจี้ยนจะปรากฏขึ้นมาเฉพาะเวลากลางคืน ออกไปเดินฆ่าเวลานอกหมู่บ้านสักพักแล้วกลับเข้ามาใหม่ จะพบน้ำวนตรงที่ควรจะเป็นทางเชื่อมระหว่างเหนือกับใต้ ดันเจี้ยนนี้หลายๆ คนบอกว่าเป็นภายในท้องของปลาวาฬ ซึ่งหน้าตามันก็เข้าเค้าอยู่เหมือนกัน...

ในตอนต้นๆ จะมีพื้นสีเขียวอยู่ เมื่อเราเดินผ่านจะเสีย HP นิดหน่อยอย่างเลี่ยงไม่ได้ ระหว่างทางจะมีประตูกั้นทางเดินไว้เป็นระยะๆ การจะเปิดประตูเดินทางต่อไปได้ จะต้องดึง หรือทำอะไรซักอย่างกับหินที่ห้อยลงมาจากเพดาน หน้าตาคล้ายๆ ลิ้นไก่ให้ครบทุกอัน ถ้าเห็นข้อความอย่างในภาพทางขวานี้ก็แปลว่าทางที่ถูกกั้นไว้ได้ถูกเปิดออกแล้ว

เมื่อเข้าไปพบหีบสมบัติที่ชั้นในสุด ไอเร่จะลิงโลดดีใจอยากเปิดหีบออกมาดูมาก ลิลลี่เบลรู้สึกสังหรณ์ใจ พยายามบอกเตือนไอเร่ว่าน่าจะมีอันตรายอะไรซ่อนอยู่ จุสก้าเองก็พลอยเอะใจไปด้วยว่าอาจจะมีกับดักก็ได้ เลยพยายามห้ามไอเร่ด้วยกัน แต่อย่างว่าละครับเจ้าหญิงไอเร่ของเรามีหรือจะยอมฟังอะไรง่ายๆ

ระหว่างที่กำลังถกเถียงกันอยู่ ブレイニーシャーク เบรย์นีชาร์ค ก็จะกระโดดออกมาโจมตีพวกไอเร่

เจ้าบอสตัวนี้เป็นบอสนี่ไม่ได้เก่งมากนัก แต่ออกจะน่ารำคาญอยู่สักหน่อย มันจะทำให้พวกเราติดเหน็บชา ติดใบ้ และติดมึนงง ถ้าเราติดโล่ห์น้ำแข็งมา การโจมตีส่วนใหญ่ของมันจะลดความรุนแรงลงไปมาก อาศัยใจเย็นๆ ค่อยๆ โยนไอเทมแก้กันไป ในที่สุดก็จะชนะได้ไม่ยาก

เมื่อปราบเบรย์นี่ชาร์คลงได้ กลุ่มของเราจะกลับมาถกเถียงกันเรื่องเปิดหีบกันต่อ จุสก้าซึ่งเริ่มมของขึ้น จะเริ่มดุไอเร่แล้วหันหลังเดินจากไป ไอเร่ไม่สนใจ ตั้งหน้าตั้งตาเปิดหีบสมบัติเหมือนเดิม ... แต่แล้วสิ่งที่ทุกคนสังหรณ์ใจก็ท่าจะเป็นจริง มีควันสีม่วงพวยพุ่งออกมาจากหีบ พร้อมกับน้ำพุที่ระเบิดออก กระแทกไอเร่จนกระเด็นออกไปถึงหมู่บ้านข้างนอก

เมื่อตกลงมาในหมู่บ้าน ไอเร่ก็กลายเป็นแมวไปซะแล้ว แมวจริงๆ พูดได้แต่ เมี๊ยวๆ ไอเร่จะคุยกับคนไม่รู้เรื่องเลย แต่สามารถคุยกับสัตว์ต่างๆ ได้

กลับไปที่บ้านของเรา ลิลลี่เบลจะเข้าใจภาษาแมวของไอเร่ เธอจะชวนไอเร่ไปยังเมืองเอลบ้าของเธอ เผื่อว่าราชินีจะช่วยถอนคำสาปได้ แล้วร่วมเดินทางไปกับไอเร่

นกพิราบ(หรือนางนวล?) ในเมืองจะแนะนำว่า การเดินทางไปเอลบ้า น่าจะเดินทะลุป่าทางตะวันตกไปได้ อืม ว่าแล้วก็ออกเดินทางกันเลยดีกว่า


เวลานี้ให้เปลี่ยนไอเร่เป็นผู้ใช้เวทย์มนต์ดำก่อน เพียงเวทย์ไฟที่ได้จากจุสก้ามาก็ค่อนข้างเพียงพอกับการเดินทางในตอนนี้แล้ว

ออกจากหมู่บ้านไปทางตะวันตก แล้วเดินเข้าไปในพุ่มไม้ตามรูป จะมีถ้ำอยู่

ภายในถ้ำ จะมีหมีตัวใหญ่ขวางทางอยู่ ทีแรกมันก็อยู่เฉยๆ แต่พอไอเร่เข้าไปใกล้ๆ  แล้วมันได้กลิ่นมนุษย์จากตัวไอเร่เข้าเท่านั้นแหละ มันก็พุ่งปราดเข้ามาจู่โจมทันที อันนี้ก็ต้องชมทางทีมงานผลิตเกมนิดนึงที่ไม่หลอกให้ผู้เล่นพยายามสู้เอาตัวรอด เพราะบังคับแพ้ได้อย่างโจ๋งครึ่มไม่อ้อมค้อมเลยแม้แต่น้อย จริงๆ นะจะบอกให้

ลิลลี่เบลจะใช้พลังชีวิตทั้งหมดของเธอช่วยเหลือไอเร่แล้วตัวเองก็ตายไป โดยทิ้งขนนกของเธอไว้ให้ไอเร่นำติดตัวไปด้วย

คริสตั้ลจะปรากฏออกมา มอบ Crown ขโมย และกวีให้ หลังจากนี้ก็เดินทางไปทางตะวันตกอย่างเดียว จนทะลุออกจากถ้ำมาเจอทะเลทรายก็ยังคงเดินตรงไปทิศทางเดิม รอจนเป็นเวลากลางคืนค่อยเข้าไปในเมืองกูร่า ก็จะได้พบกับบรันโด้ที่หน้าโรงแรม


ไอเร่ในร่างแมว จะสามารถเก็บไอเทม 2 ชิ้นที่เหลืออยู่ได้แล้ว
7. ยาแก้อัมพาต - ลอดรูข้างๆ ร้านอาวุธ แล้วเดินไปหลังร้าน wifi
8. มีดทราย - ลอดรูทางซ้ายบนของเมือง ใกล้ๆ มีทะเลสาบ

บังเอิญจริงๆ บรันโด้ซึ่งได้รับคำแนะนำจากคิรินจู ก็กำลังตั้งใจจะไปเอลบ้าอยู่เหมือนกัน เตรียมคบไฟให้พร้อม แล้วจากกูร่า ให้เดินทางตรงขึ้นเหนือไปเลย ผ่านถ้ำสั้นๆ ผ่านป่า ก็จะเจอกับต้นไม้ขนาดใหญ่โดดเด่นเป็นสง่าอยู่เบื้องหน้า ซึ่งก็คือเอลบ้านั่นเอง

ทั้งบรันโด้และไอเร่ย่างเท้าเข้าสู้เอลบ้าอย่างมีความหวัง แต่ในขณะที่เขากำลังจะก้าวเข้าไปถึงต้นไม้ใหญ่นั้นเอง จู่ๆ บรันโด้ก็ถูกคำสาปเข้า ทำให้เขาแข็งทื่อเคลื่อนไหวไม่ได้ราวกับได้กลายเป็นต้นไม้ไปเสียแล้ว

เอาละสิ ชะตากรรมของเหล่านักรบแห่งแสงสว่างจะเป็นอย่างไรต่อไป ไอเร่ลำพังในร่างแมวจะแก้ไขสถานการณ์ได้หรือไม่ แล้วอนาคตของโลกที่ฝากไว้ในกำมือของพวกเขาล่ะ... โปรดติดตามตอนต่อไป....