13 - Pandemonium

อะฮ้า เรามาถึงปราสาทมาแพนเดโมเนียมกันแล้วครับ จากนี้ไปขอให้ต่อสู้อย่างระมัดระวัง เนื่องจากมอนสเตอร์ที่นี่เก่งถึงขั้นเก่งสุดๆ บางตัวมีอบิลิตี้ที่ทำให้เราเป็นหินหรือตายยกหมู่ได้ในทีเดียว เพราะฉะนั้นอย่าประมาทครับ

ที่ชั้น 4 มีห้องเก็บสมบัติอันล้ำค่าของเกมนี้อยู่ สิ่งที่เราจะได้เห็นก็คือประตูลักษณะประหลาด 4 บาน ในขั้นแรกให้เลือกเข้าประตูทางซ้ายก่อน โดยประตูนี้จะนำเราไปสู่อุปกรณ์ Genji ชิ้นแรก...

โอ๊ะโอว... มีคนกลับมาจากนรกเพื่อทวงความแค้นกับเราเสียด้วยสิ เจ้า Borgan นั่นเองครับ มันกลับมาในรูปของซอมบี้และทำหน้าที่อารักขาถุงมือ Genji ไม่ต้องกลัวครับ ต่อให้ไม่มี Rocket Launcher เราก็จัดการมันได้สบายๆอยู่แล้ว

อย่าเพิ่งย้อนกลับทางเดิมนะครับ พยามเดินชิดขวาเข้าไว้ จะมีช่องทางที่สามารถทะลุห้องเล็กๆพวกนี้ไปต่อได้ จนกระทั่งมาถึงมุมขวาของห้องที่มีลักษณะดังภาพ ให้เดินทะลุกำแพงเข้าไปเพื่อพบกับ...

..ดาบที่แกร่งที่สุดใน Final Fantasy II ครับ ดาบนักบุญมาซามุเนะ ซึ่งมีพลังทำลายมากกว่าเอ็กซ์คาลิเบอร์ซะอีก (แถมเมื่อใช้ในลักษณะของ Item ดาบเล่มนี้ยังมีผลเหมือนคาถา Haste Level 11 ซะด้วย) จากนั้นให้กลับไปที่ห้องหลัก เลือกเข้าประตูที่อยู่ทางขวาเพื่อไปเอาหมวก Genji ซึ่งแน่นอนครับว่าต้องปะทะกับบอสอีกตัว มันคือ...

Tiamat! ครับ

หนึ่งในบอสอภิมหาอมตะนิรันดร์กาลที่โผล่มาใน FF ทุกภาค ถ้าการต่อสู้กับบอสที่ผ่านมาคุณรู้สึกว่าง่ายล่ะก็ กับ Tiamat คุณคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แล้วแหละ จัดการมันให้ได้ จากนั้นจึงกลับไปที่ห้องโถงหลักอีกครั้ง

เหลืออีกสองหีบกับอีกสองประตู คิดว่าไม่น่าจะยากเท่าไหร่ ประตูที่อยู่ขวามือสุดจะนำเราไปสู่ชุดเกราะ Genji โดยมีผู้พิทักษ์คือ Lord of the Fly ที่ชื่อเบลเซบัฟ กำลังร่ายคาถา Flare Level 16 รอเราอยู่

ที่เหลือก็คือเข้าไปยังประตูสุดท้าย เพื่อเอาหมวกที่ดีที่สุดในเกมคือ Ribbon มาไว้ในครอบครอง (แต่ผมมีครบชุดแล้วนะ ได้มาจากการฆ่าชิงทรัพย์เจ้า Queen Lamia ก่อนหน้านี้) บอสรองตัวสุดท้ายที่รอเราอยู่คือแอซทารอซ ผู้ได้ชื่อว่าเป็น Weapon แห่ง Final Fantasy II เอาชนะมันให้ได้

เอาล่ะครับ เป็นอันว่าเรารวบรวมอาวุธในตำนานได้ครบแล้ว ถึงขั้นนี้ใครจะวาร์ปออกไปเซฟก่อนก็ไม่ว่ากัน เพราะหลังจากนี้คือการต่อสู้ครั้งสุดท้ายแล้ว ความมืด VS แสงสว่าง ใครจะอยู่ใครจะไป ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะครับ

ด้วย อุปกรณ์ Genji ครบเซ็ตรวมทั้ง Ribbon ทีนี้เราก็หมดข้อกังวลแล้วครับ ต่อให้ท่า Blaster ที่โดนทีเดียวตายของเจ้าคูอาลก็ไม่เป็นผลกับเราแล้ว แท่นวาร์ปสู่ศึกสุดท้ายอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของชั้น 6ไปที่นั่นกันเลยครับ

เดินมาจนสุดทางที่ห้องโล่งๆห้องหนึ่ง อ้อ... จะว่าโล่งก็ไม่เชิงนักครับ เพราะมีเทวรูปประหลาดๆอยู่เต็มไปหมด ทันทีที่มาเหยียบห้องนี้ พวกของฟริโอนีลก็รับรู้ถึงคอสโม่อันชั่วร้าย จัดแจงเติม HP และติดตั้ง Elixer ใส่ช่องไอเท็มเสียให้เรียบร้อย จากนั้นก็เดินลงมาทางมุมซ้ายล่างของห้อง (ดังภาพ) จะพบจุดวาร์ปไปยังบัลลังก์ของจักรพรรดิ์

VS the Emperor!!

ฟรีโอนีลและพวกพ้องสัมผัสถึงกลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายที่รออยู่ ทางเดินเบื้องหน้าดูราบโล่งไม่วกวน ผิดกับปราสาทวงกตอันซับซ้อนที่เพิ่งผ่านมา แต่พวกเขาตระหนักอยู่แก่ใจว่า ทางเดินที่ทั้งตรงทั้งสั้นนี่แหละ ที่อันตรายกว่าหนทางใดๆที่พวกเขาเคยผ่านมา ศัตรูที่นั่งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า ก็ร้ายกาจกว่าศัตรูที่พวกเขาเคยเผชิญมาอย่างทาบไม่ติด

...การต่อสู้ครั้งนี้มีชะตากรรมของโลกเป็นเดิมพัน

ด้วยพลังแห่งความมืดของ Dark Cloud การจะล้มจักรพรรดิ์จึงมิใช่เรื่องง่าย กระทั่งดาบในตำนานอย่างมาซามุเนะ หรืออุตมะคาถา Ultima ยังแทบไม่มีความหมายเมื่อเผชิญกับพลังงานแห่งความชั่วร้ายนี้

เพลิงนรก Shadow Flare, มนตราอุกกาบาต Meteo พลังที่ไม่มีมนุษย์ผู้ใดใช้มันได้ได้ถูกจักรพรรดิ์ใช้ออกมาอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนฟริโอนีลและพรรคพวกหมดหนทางชนะเสียแล้ว... จักรพรรดิ์มีพลังอำนาจเหนือกว่านักรบทั้งสี่ในทุกๆ ด้าน

แต่... จักรพรรด์บาราเมเกียมิได้มีและไม่มีวันจะมีสิ่งที่นักรบทั้งสี่มีอยู่ นั่นคือแสงสว่างและจิตใจที่รักความเป็นธรรม

การปะทะกันครั้งสุดท้ายระหว่างแสงสว่างและความมืด ฝ่ายใดจะได้รับชัยชนะ คำตอบขึ้นอยู่กับตัวคุณแล้ว...