5 - The Warship

มาถึงขั้นนี้แล้ว Level อาวุธของแต่ละคนควรจะอย่างต่ำซักประมาณ 5 ส่วนคาถาพื้นฐานเช่น Fire, Ice, Thunder ก็น่าจะอยู่ราวๆ Level 3-4 ที่ลืมไม่ได้คือคาถา Esuna ครับ เพราะศัตรูในฐานเรือเหาะส่วนใหญ่จะใช้พิษ หรือไม่ก็ทำให้เราตาบอด เพราะฉะนั้นถ้าไม่ฝึกคาถาเอาไว้ ก็ตุนไอเท็มไปแยะๆแทนละกันนะ

การไปยังฐานเรือเหาะจะต้องผ่านบริเวณที่มีมอนสเตอร์โหดๆสุมหัวอยู่ครับ ถ้าอยากหลีกเลี่ยงการต่อสู้ก็อาศัย Chocobo ที่ปราสาทคาชิวออนเอา หรือไม่ก็ใช้วิธีเดิมของเราครับ คือเดินมันด้วยเท้านี่แหละ ฐานเรือเหาะจะอยู่ทางตอนเหนือของเมือง Fynn โดยเดินผ่านป่าชายเลนมุ่งขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ เราก็จะพบเรือเหาะลำใหญ่จอดอ้อยสร้อยอยู่เพื่อรอการซ่อมแซม

เมื่อเข้าไปในเรือเหาะแล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำคือตอกบัตร เอ๊ย แสดงบัตรผ่านกับคุณ รปภ. ที่อยู่หน้าทางเข้า ให้ใช้ไอเท็ม Pass ที่ได้มาเมื่อครั้งก่อนกับเขา แล้วคุณ รปภ. จะปล่อยให้พวกของฟริโอนีลเข้าไปในเรือเหาะได้ แต่ว่าทันทีที่เราเข้าไปในเรือ เสียงประกาศการปิดทางเข้าออกจนกว่าจะซ่อมแซมเรือเสร็จก็ดังขึ้น นั่นหมายความว่า เราจะไม่มีสิทธิออกจากเรือลำนี้ได้เลย จนกว่าภารกิจจะบรรลุเป้า

อ้อ ระวังด้วยนะครับ อย่าเผลอไปคุยกับใครในนี้เข้าเชียว ไม่อย่างนั้นอาจตายได้ง่ายๆ เลี่ยงได้ก็เลี่ยงไปซะ ที่บันไดตรงกลางห้องโถงชั้นแรกจะนำลงไปสู่ชั้นเก็บของ ให้เราเดินทะลุกำแพงลวงไปด้านขวา เพื่อเก็บ Sleep Sword อันจะมีประโยชน์มากเมื่อสู้กับบอส แต่กับศัตรูธรรมดาอย่าใช้ดีกว่าครับ เพราะ % hit ของดาบเล่มนี้น้อยมากเลย จากนั้นให้เดินกลับขึ้นมาที่ห้องโถงใหม่อีกครั้ง

จากนั้นให้เข้าประตูด้านตะวันออกเฉียงเหนือ ลงบันไดไปสู่ชั้นล่าง เก็บธนูและ Thief Gauntlet จากนั้นก็ไปที่คุกซึ่งขังฮิลด้ากับ Cid เมื่อคุยกับ Cid แล้วเขาจะบอกว่าเขาจะพาองค์หญิงหนีไปก่อน ส่วนเรามีหน้าที่เอาไฟอาทิตย์เข้าไปปาลงในเตาปฏิกรณ์ของเรือเหาะ เพื่อทำให้เรือใช้การไม่ได้ จากนั้นให้กลับขึ้นมาที่ห้องโถงชั้นแรกอีกครั้ง

จากนั้นให้เลือกไปทางบันไดด้านตะวันตกเฉียงใต้ และหาทางไปต่อยังห้องเครื่อง มอนสเตอร์ส่วนใหญในนี้เป็นพวก Undead ครับ ถ้า Level ของคาถาไฟเราสูงพอ ให้ใช้คาถากวาดพวกมันทั้งก๊กในครั้งเดียว จะช่วยประหยัดเวลาให้เราได้มาก

จุดที่ไม่ควรพลาดอีกจุด คือหีบสามใบที่เก็บไอเท็มดีๆเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือหมวกยักษ์ที่ Hell Gigas นั่งเฝ้าอยู่ เจ้านี่มีพลังป้องกันสูงมาก พยายามล้มมันด้วยคาถาจะดีที่สุด

เมื่อลงมาถึงห้องที่มีลักษณะดังภาพนี้ พวกฟริโอนีลจะพบว่า มี Captain Fynn เฝ้ายืนดักอยู่เป็นจุดๆ อย่าไปคุยกับมันเชียวนะครับ ให้ใช้วิธีเดินเลี่ยง โดยจุดไหนที่มีพวกมันขวางทางอยู่ ก็ให้เลี่ยงไปทางอื่น หลังจากเดินอ้อมโลกได้พักนึง เราก็จะพบกับทางเข้าสู่ห้องเครื่องของเรือเหาะ

หลบเลี่ยงมาจนถึงห้องเครื่องเรือแล้ว ให้เราจัดการเอาไฟอาทิตย์หรือ [Sun Flame] ปาเข้าในเตาปฏิกรณ์ของเรือซะ พอดีจริงๆครับ ที่ Dark Knight มือขวาของจักรพรรดิ์บาราเมเกียมาเห็นเข้า Dark Knight รู้ตัวดีว่าขัดขวางเราไม่ทันแล้ว จึงได้รีบหนีไปก่อนที่เรือเหาะจะระเบิด มันฝากคำอาฆาตเอาไว้ก่อนจะจากไป มาเรียบอกกับพรรคพวกว่า เสียงของ Dark Knight ฟังแล้วคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูก...

ว่าแล้วเธอก็นั่งขบคิดว่าเคยได้ยินเสียงนั้นจากที่ไหนมาก่อน ร้อนถึงฟริโอนีลและพรรคพวก ที่ต้องฉุดกระชากลากถูเธอออกไป เนื่องจากเรือกำลังจะระเบิดเพราะเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ในเตาปฏิกรณ์ หลังจากหนีออกมาอย่างทุลักทุเล Cid ซึ่งอุ่นเครื่องเรือเหาะรออยู่แล้ว ก็ได้พาพวกของเรากลับมาที่เมือง Altea

ก่อนเข้าเมือง ให้เราจัดแจงเปลื้องชุดเกราะและอาวุธของกอร์ดอนออกให้หมด จากนั้นก็เข้าไปที่ฐานทัพเพื่อพบกับพระราชา โชคไม่ดีเลยครับที่อาการของพระราชากำลังทรุด แถมฮิลด้าก็ดูเหมือนจะสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว คาดว่าคงเป็นเพราะความตระหนกที่ถูกจับตัวไปนั่นเอง งูที่ไร้หัวย่อมเลื้อยไปไหนไม่ได้เป็นแม่นมั่น ดังนั้นพระราชาจึงฝากทุกสิ่งทุกอย่างไว้กับเจ้าขี้แยกอร์ดอน เพราะเล็งเห็นแล้วว่า จากการต่อสู้ที่ผ่านมา กอร์ดอนแสดงความกล้าหาญและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

จากนั้นพระราชาได้มอบหมายให้พ่อมดขาวมินอู เดินทางไปยังมิชิเดีย เพื่อหาทางปลดผนึกคาถาในตำนาน ที่เรียกกันว่าอุตมะคาถา Ultima ส่วนพวกของฟริโอนีล ต้องเดินทางไปยังปราสาท Dist เพื่อขอความร่วมมือจากอัศวินมังกร ให้มาช่วยรับมือกับกองทัพของฝ่ายจักรวรรดิ์ สั่งเสียเสร็จพระราชาก็สิ้นลมไป

อ้อ... ยังไม่หมดลมเลยเสียทีเดียว เพราะพระองค์ทรงนึกได้ว่าลืมสั่งไปเรื่องนึง จึงผงกหัวขึ้นมาฝากฝังฮิลด้ากับพวกของฟริโอนีล และแล้วพระองค์ก็จากไปอย่างสง่างามของศักดิ์ศรีตัวประกอบยิ่งนัก

เมื่อไปที่ห้องบัญชาการ เราจะพบเจ้าขี้แย... เอ๊ย ผบ.กอร์ดอนรออยู่ที่นั่น เขาจะให้พาสเวิร์ด [Dragoons] กับเรามา เมื่อใช้พาสเวิร์ดนี้กับเขา เขาจะให้พาสเวิร์ดว่า J-Render เอ๊ย... [Hiryu] มาอีกหนึ่งคำ คราวนี้ก็ถึงเวลาหาทางไปยังปราสาท Dist แล้วครับ แต่ปราสาทนั้นอยู่กลางทะเล สงสัยจะใช้วิธีเดินเท้าอย่างที่เคยทำมาไม่ได้แล้วสิ เอ... ทำอย่างไรละนอทีนี้...

ถ้าอย่างนั้นลองไปที่ท่าเรือเมือง Palm กันดู เผื่อจะมีเรือซักลำพาเราไปที่นั่นได้ เมื่อถึงเมือง palm เราจะพบกับเด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มคนหนึ่ง บอกว่าเธอสามารถหาเรือให้พวกของฟริโอนีลใช้โดยสารไปยัง Dist ได้ มาเรียรู้สึกไม่ชอบมาพากลกับข้อเสนอนี้ จึงพยายามห้ามทุกคนเอาไว้ แต่พ่อฟริโอนีลนั้นพอเห็นสาวๆเข้าหน่อยก็เข่าอ่อน เดินพาพรรคพวกขึ้นเรือไปโดยไม่แยแสคำทักท้วงของมาเรีย

เมื่อเรือแล่นไปถึงกลางทะเล หมาป่าสาวก็สลัดคราบลูกแกะออก เด็กคนนั้นแท้ที่จริงคือไรล่า สลัดสาวผู้มีลูกน้องเป็นชายอกสามศอกหนึ่งฝูง ไรล่าบอกว่าถ้าพวกของฟริโอนีลยอมมอบของมีค่าออกมาให้หมด เธอจะยอมไว้ชีวิต พวกฟริโอนีลใช่ว่าจะไม่รักชีวิตนะครับ แต่ยังเอิญว่าพวกเขาจนเสียยิ่งกว่าหมาหนังกลับ ไม่มีของมีค่าจะมอบให้จริงๆ ดังนั้นการต่อสู้จึงเกิดขึ้นกลางลำเรือนั่นเอง

สามวินาทีผ่านไป โจรสลัดทั้งหลายก็โดนซัดลงนอนหงายเค้เก้ เพื่อเป็นการตอบแทนที่พวกของฟริโอนีลไม่ทำร้ายพวกเขาถึงแก่ชีวิต ไรล่าและลูกเรือจึงอาสาเป็นผู้ติดตาม เข้าสมทบกับกองกำลังต่อต้านจักรวรรดิ์ โดยเธอเองจะออกเดินทางรวมกลุ่มไปกับเราด้วย ไรล่านั้นถนัดอาวุธเบาหลายๆแบบ ชอบอะไรก็เลือกติดให้เธอละกันครับ จากนั้นก็กางใบรับลมให้เต็มที่ ปราสาท Dist รอเราอยู่เบื้องหน้าแล้ว